เปรียบเทียบจุดเด่นและจุดด้อยของบริการฟังเพลงออนไลน์แต่ละแอพ

ดูซีรีส์ออนไลน์ Scream Queens หวีดสยองต้องเริ่ด

หลังจากที่ผู้ให้บริการฟังเพลงออนไลน์ผ่านระบบสตรีมมิ่งในบ้านเราอย่าง LINE Music ที่ย้ายไปควบรวมกับ LINE TV และ KKbox ที่เตรียมปิดให้บริการไปเนื่องจากหมดสัญญาให้บริการในประเทศไทย ตอนนี้ที่เหลืออยู่ก็มี JOOX และ Apple Music ที่ผมยังได้ใช้บริการอยู่ (TIDAL ซึ่งขึ้นชื่อว่าคุณภาพเสียงระดับ Lossless นี่ผมไม่ได้ใช้บริการนะครับ เพราะไม่ได้หูทองจนถึงขนาดแยกรายละเอียดของเสียงได้ระดับนั้น) สำหรับบล็อกนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลจากที่ผมเคยได้ใช้บริการและยังใช้บริการอยู่ในปัจจุบันนะครับ

my-music-app
เปรียบเทียบจุดเด่นและจุดด้อยของบริการฟังเพลงออนไลน์แต่ละแอพ

line-music-to-line-tv
LINE Music

สำหรับ LINE Music นั้นผมเคยใช้บริการอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนการมาถึงของ Apple Music ซึ่งหลังจากนั้นผมก็เปลี่ยนมาใช้ Apple Music แทน เพราะว่ามีเพลง K-Pop กับเพลงสากลที่ค่อนข้างมากกว่า (ผมเคยเขียนรีวิว LINE Music ไว้แล้วที่นี่) แต่จุดเด่นของ LINE Music ในตอนนั้นคือสามารถแชร์เพลงที่เราฟังให้เพื่อนที่ใช้ Line ได้ลองฟังเพลงละ 30 วินาที(กรณีไม่ได้สมัคร LINE Music นะครับ) และสามารถฟังเพลงได้เต็มเพลง(กรณีที่สมัครไลน์มิวสิค) สำหรับบริการตรงนี้คิดถึงตอนย้อนกลับไป 10 กว่าปีก่อนที่ส่งเพลงให้สาวผ่าน Operator ทีละ 30-40 บาท/เพลงจัง T^T

ระบบปฏิบัติการ : Android, iOS

ค่าบริการ : ตั๋วรายเดือนๆละ 60 บาท

สถานะ : ปิดให้บริการ (ควบรวมเข้ากับ LINE TV)

 

จุดเด่น

  • ค่าบริการรายเดือนที่ถูกเพียง 60 บาท/เดือน
  • สามารถแชร์เพลงให้เพื่อนใน LINE ฟังได้ (30 วินาที/เต็มเพลง)
  • มีเพลงจากค่าย RS (ผมได้ฟังศิลปิน นายครรชิตกับทิดแหลม อีกครั้งก็แอพนี่แหละ)และแกรมมี่
  • สามารถดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้

จุดด้อย

  • ไม่สามารถเล่นเพลงผ่านเบราเซอร์ได้ (ตอนหลังไม่รู้ว่าใช้ได้หรือเปล่านะครับ เพราะไม่ได้ใช้มานานแล้ว)
  • ต้องเล่นผ่านสมาร์ทโฟน/แท็ปเล็ตเท่านั้น

เพิ่มเติม

ก็อย่างที่กล่าวไว้ คือผมไม่ได้ใช้ LINE เป็นหลัก (ส่วนใหญ่จะใช้ FB Messenger มากกว่า) ก็เลยไม่ได้ใช้บริการนี้สักเท่าไรครับ  มารู้ข่าวอีกทีก็ตอนที่ไลน์ประกาศควบรวมบริการนี้เข้ากับ LINE TV เรียบร้อยแล้วนี่แหละครับ

โดยปิดบริการในวันที่ 1 ตุลาคม 2559 

2016-10-07_113603

Apple Music

สำหรับ Apple Music นั้นเดิมทีเปิดให้บริการเฉพาะฝั่ง iOS ก่อนครับ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถทดลองฟังเพลงได้ฟรีนานถึง 90 วันเพื่อตัดสินใจว่าจะย้ายไปใช้งานบริการ Apple Music หรือจะใช้ iTunes Store ต่อ หลังจากนั้นอีกสักพักหนึ่งก็มีการเปิดให้บริการบนระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งก็ให้ทดลองใช้งานได้ฟรี 3 เดือนเช่นกันครับ สิ่งที่ผมชอบคือสามารถดาวน์โหลดเพลงมาฟังแบบออฟไลน์ รวมทั้งคลังเพลงต่างประเทศที่มีจำนวนมหาศาลครับ บางเพลงหาใน JOOX ไม่มีแต่ก็มีในที่นี้ครับ

ระบบปฏิบัติการ : Android, iOS

ค่าบริการ : เริ่มต้นที่ 129 บาท/เดือน

2016-10-07_113621

Apple Music บนโปรแกรม iTunes

จุดเด่น

  • คลังเพลงมหาศาล โดยเฉพาะเพลงสากล, เพลงญี่ปุ่นและ K-pop
  • ในคอมพิวเตอร์สามารถดาวน์โหลดเพลงมาฟังแบบออฟไลน์ผ่านโปรแกรม iTunes
  • ไฟล์เสียงมาตรฐาน AAC+
  • มีเพลง K-POP จากหลายๆค่าย อย่างวงที่ผมฟังประจำคือ SNSD, KARA, T-ARA, IU,Turbo อันนี้ทาง JOOX ไม่มีครับ
  • สามารถดาวน์โหลดเพลงเพื่อฟังแบบออฟไลน์ได้ (ทั้งบนแอพและ iTunes)
  • สามารถผนวกรวมระหว่างเพลงใน iTunes Library เข้ากับบัญชี Apple Music ของเราได้

จุดด้อย

  • พอเลิกใช้งานไปสักระยะ Playlist ที่เราจัดไว้จะหายเกลี้ยง ต้องมานั่งจัดกันใหม่
  • ระบบ Playlist แนะนำยังชอบน้อยกว่า JOOX
  • สามารถใช้งานได้ทีละอุปกรณ์ (สำหรับแพ็คเกจส่วนบุคคล) อาทิ หากใช้ฟังเพลงบนสมาร์ทโฟนอยู่ จะไม่สามารถใช้กับ iTunes ได้
  • โปรแกรม iTunes บนพีซีใช้งานทรัพยากรระบบพอสมควร

apple-music-app-001

apple-music-app-002

Apple Music App for Android

Play Store

จุดเด่นารถเล่นผ่านเบราเซอร์ได้ทันที

จุดเด่นคือสามารถเล่นผ่านเบราเซอร์ได้ทันที

JOOX

Joox เป็นโปรแกรมฟังเพลงระบบสตรีมมิ่งจาก Tencent และได้ทาง Sanook มาเป็นผู้ให้บริการในประเทศไทย ซึ่งก็มีการเปิดให้ทดลองใช้งานได้ฟรีเป็นเวลา 3 เดือนด้วยเช่นเดียวกันกับ Apple Music ด้วยระบบการใช้งานที่เรียบง่ายกว่า Apple Music ผมเลยเปลี่ยนใจจาก Apple Music มาใช้บริการอยู่สักพักหนึ่ง (และตอนนี้ก็ยังใช้บริการอยู่) แม้จะไม่มีเพลงของสาวๆ SNSD, KARA, T-ARA ให้ฟังก็เถอะ แต่ก็ชดเชยด้วยคลังเพลงไทยค่อนข้างมาก และการใช้งานที่สะดวกสุดๆเพราะว่าสามารถเล่นเพลงผ่านเบราเซอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้ยุ่งยาก รวมทั้งเพลย์ลิสต์สำเร็จรูปที่หลากหลาย ชอบแบบไหน อารมณ์ไหนก็เลือกฟังได้เลย

ระบบปฏิบัติการ : Androd, iOS และ Web Browser

ค่าบริการ : ฟรี (มีโฆษณา) และ VIP ราคา 129 บาท/เดือน (ไม่มีโฆษณา + ฟังเพลง VIP + ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังแบบออฟไลน์ )

ทิปส์ : สามารถแชร์เพลงผ่าน Facebook, Wechat รับ VIP ฟรีๆ 1 วัน (ทำได้วันละครั้ง) , สามารถฟังเพลงได้พร้อมกัน(บนบัญชีเดียวกัน) ทั้งบนสมาร์ทโฟนและเบราเซอร์

Options : มีปลั๊กอิน DTS สำหรับเพิ่มประสบการณ์ในการฟังเพลง ราคาประมาณเดือนละ 35 บาท (แต่ปัจจุบันถ้าใช้ Android 6.0 ขึ้นไปจะไม่สามารถใช้งานได้นะครับ)

joox-my-playlist

จุดเด่น

  • ฟังเพลงได้ฟรี (มีโฆษณา) หรือเลือกจ่ายรายเดือนเพื่อไม่ฟังโฆษณา + ฟังเพลงในหมวด VIP
    บนคอมพ์ – สามารถเปิดเล่นเพลง + จัดเพลย์ลิสต์ได้ผ่านเว็บเบราเซอร์ music.sanook.com
    สามารถดาวน์โหลดเพลงลงบนสมาร์ทโฟน (พร้อมเลือกระดับคุณภาพของเพลงได้ตามต้องการ) ไว้ฟังแบบออฟไลน์
  • มีเนื้อเพลงให้ดูคำร้อง (ไม่ต้องเปิดเน็ตหาเนื้อเพลงล่ะทีนี้)
  • (Smartphone Feature) สร้าง Lyrics Card ซึ่งเป็นรูปภาพที่เราสามารถแทรกเนื้อเพลงลงไปได้ (แถมแชร์ขึ้นสังคมออนไลน์ได้จากในแอพอีกด้วย)

จุดด้อย

  • โปรแกรมเล่นเพลงผ่านเบราเซอร์ไม่สามารถดาวน์โหลดเพลงมาเล่นแบบออฟไลน์ได้เหมือนโปรแกรม iTunes ดังนั้นน่าจะเหมาะกับคนที่อยู่ในพื้นที่ๆมีเน็ตใช้งานตลอด
  • เพลง K-Pop ยังมีไม่มากเท่า iTunes
  • (Smartphone/Tablet) ตอนใช้งานกับลำโพงบลูทูธ ผมไม่สามารถกดเปลี่ยนเพลงได้จากครับ
  • (Browser) ตอนใช้งานผ่านเว็บเบราเซอร์ไม่สามารถใช้ปุ่มมัลติมีเดียในการควบคุมการเปลี่ยนเพลงได้ เหมือนโปรแกรมฟังเพลงอื่นๆ

joox-app-001

joox-app-002

ระยะเวลาให้บริการ 17 พ.ย. 2558 – ปัจจุบัน

APP STORE

Play Store


ความคิดเห็นของบล็อกเกอร์

จากการที่เรามีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาที่ไม่สูงมาก ก็ทำให้เราสามารถใช้งานพวกมิวสิคสตรีมมิ่งกันได้สะดวกขึ้นนะครับ  (คิดถึงเมื่อปี 46 (13 ปีก่อน) สมัยผมยังเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย ตอนนั้นก็เริ่มมีเว็บไซต์ที่ให้บริการฟังเพลงออนไลน์แล้วเหมือนกัน แต่ว่าด้วยเน็ตความเร็วแค่ 56K การจะฟังเพลงสักเพลงนึงนี่อาจจะต้องเปิดเพลงทิ้งไว้นานๆกว่าที่จะบัพเฟอร์จนจบเพลงได้)  แต่มาตอนนี้การฟังเพลงออนไลน์สักเพลงนี่เป็นอะไรที่ง่ายมากๆครับ แค่เปิดแอพ ค้นหาชื่อเพลง กดฟัง แค่นี้ก็ได้ล่ะ ประกอบกับเพลงที่เลือกฟังแบบบุฟเฟต์ ผมมองว่าเป็นอะไรที่คุ้มมากๆกับการเหมาจ่ายแล้วได้ฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์เนี่ย  อย่างเมื่อก่อนเวลาผมอยากจะฟังเพลงสักเพลงนึงก็ต้องเข้าไปซื้อใน iTunes ถึงจะได้ฟัง ซึนึงในตอนนั้นยังไม่ได้ปรับราคาก็อยู่ที่ 0.79 – 0.99$/เพลง  ถ้าเดือนไหนซื้อเกิน 10 เพลงก็ได้ค่า Apple Music แล้วครับ

สำหรับในปัจจุบันนี้ผมฟังทั้ง JOOX (ฟังฟรี+กดแชร์เพื่อรับ VIP ฟรี) และ iTunes โดยแบ่งการใช้งานหลักๆเป็นสองแบบ สำหรับ JOOX นี่ผมเอาไว้ฟังผ่านเบราเซอร์เป็นหลัก เพราะว่าไม่ต้องเปิดโปรแกรม iTunes เพื่อเล่นเพลง ประกอบกับผมทำงานผ่านเบราเซอร์เป็นหลักอยู่แล้ว อีกอย่างที่ชอบคือ JOOX เนี่ยเราสามารถจัดเพลย์ลิสต์ได้สะดวกมากๆครับ รวมทั้งยังมีเพลย์ลิสต์แนะนำที่น่าฟังแยกตามอารมณ์ และตามยุค หรือว่าไม่รู้จะฟังอะไรดีก็มีวิทยุออนไลน์ให้ฟังด้วยครับ ส่วนข้อเสียคือไม่มีเพลงเกาหลี K-Pop เท่ากับฝั่ง Apple Music ดังนั้นถ้าวันไหนอยากจะฟังเพลงเกาหลีก็ต้องไปเปิด Apple Music แทน

แต่ทั้งนี้ผมไม่ขอพูดถึงคุณภาพเสียงของแต่ละบริการนะครับ เพราะไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้สักเท่าไร

Comments

comments

ไอเดียแต่งบ้านสวยๆ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: