ASUS ZenPad S 8.0 แท็ปเล็ตสเป็คคุ้มค่า ราคาน่าโดน

ดูนี่ ชวนเข้าครัว  เปิดวาไรตี้ทำอาหาร

หลังจากที่เผยโฉมและสเป็คไปในงาน Computex 2015 เมื่อเดือน มิถุนายนที่ผ่านมา ASUS Zenpad S 8.0 ก็ได้รับความสนใจไปไม่ใช่น้อยเลยกับแท็ปเล็ตของฝากฝั่งผู้ผลิตโน้ตบุ๊คและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่าง ASUS ที่มาโด่งดังเรื่องสมาร์ทโฟนเอามากๆกับ ASUS Zenfone ซีรีย์ เมื่อปีก่อน (รวมถึง Zenfoe 2 ในปีนี้) ที่เรียกว่าใจป้ำดัมพ์ราคาตลาด แบบสเปคคุ้มค่าราคาน่าโดน ถึงกับมีคนคาดว่าราคาน่าจะไม่สูงมากนัก และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีการประกาศราคาของแท็ปเล็ต ASUS Zenpad S 8.0 (รุ่น Z850C ซึ่งเป็นตัวรองท็อป) ในร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่างห้าง Best Buy สนนราคาเพียง 199$ (ประมาณ 6,800 บาท *คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน 1$ ต่อ 34 บาท) เท่านั้นเองครับ

2015-07-13_171030

ทำความรู้จักกับ  ASUS ZenPad S 8.0 แท็ปเล็ตสเป็คคุ้มค่า ราคาน่าโดน

ASUS Zenpad S 8.0 เป็นแท็ปเล็ตหน้าจอ IPS ขนาด 8 นิ้ว (ความละเอียด 2K ( มีทั้งหมด 2 รุ่นแบ่งตามรหัส Z850CA ตัวท็อป และ Z850C ตัวรองท็อป(แต่ก็ยังถือว่าน่าใช้งานอยู่นะเนี่ย) ใช้ซีพียูของ Intel แบบสี่แกนสมอง (Quad-Core) ฝาหลังมีบางส่วนคล้ายกับหนังช่วยเพิ่มความหรูหรา ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop และยังรองรับปากกา Z Stylus (ขายแยก) ที่ให้ประสบการณ์กาดวาดเขียนที่ดีกว่า Stylus ทั่วไป (ผมว่าน่าจะอารมณ์ใกล้เคียงกับ Galaxy Note 8 ในราคาที่ถูกกว่า (เพราะใส่ซิมเล่นเน็ตไม่ได้ ใช้ได้แต่ WiFi อย่างเดียว)

ASUS ZenPad S 8.0
สำหรับรูปร่างหน้าตาของรุ่น Z850CA (ตัวท็อป) และ Z850C (รองท็อป) หน้าตาแบบเดียวกันครับ มีสองสีคือ ขาวและดำ

ASUS ZenPad S 8.0 (Z850CA) ตัวท็อป

  • ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop
  • หน้าจอ ขนาด 8 นิ้ว แบบ IPS ความละเอียดระดับ 2K (1536 x 2048)
    • กระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3
    • รองรับมัลติทัช 10 จุดพร้อมกัน
    • เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ (Anti-fingerprint coating)
    • รองรับการวางมือที่จอ (Palm Rejection)
    • รองรับการใช้ปากกา Z Stylus
    • เทคโนโลยี ASUS Tru2Life+
  • ซีพียู  Intel Atom Z3580 แบบ Quad-Core 64bit ( 2.33 GHz / L2 Cache 2 MB)
  • ชิฟกราฟิก PowerVR Series 6 – G6430
  • แรมขนาด 4 GB
  • หน่วยความจำภายใน 16/32/64 GB
    •  พร้อมพื้นที่ Google Drive ขนาด 100 GB นาน 2 ปี
  • ระบบเครือข่ายไร้สาย
    • WLAN 802.11 a/b/g/n/ac
    • Bluetooth 4.1
    • รองรับ Miracast
  • กล้องดิจิตอล
    • กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
    • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • ระบบเสียง
    • ลำโพง 2 ข้างพร้อมระบบ DTS HD Premium Sound
    • เทคโนโลยี Sonic Master
  •  การเชื่อมต่อ
    • 1 พอร์ต USB Type-C
    • 1 พอร์ตหูฟัง 3.5 มม.
    • ช่องอ่านการ์ดรีดเดอร์แบบ Micro SD Card (รองรับความจุสูงสุด 128 GB (SDXC))
  • เซ็นเซอร์         G-Sensor/ E-compass / GPS / Light-Sensor / Hall Sensor
  • ระบบนำทาง    GPS & GLONASS
  • แบตเตอรี่     รองรับการใช้งานสูงสุด 8 ชั่วโมง
  • ขนาด           203.2 x 134.5 x 6.6 มม.
  • น้ำหนัก         298 กรัม
  • สี                  ขาว, ดำ
  • ราคา            คาดการณ์ว่าประมาณ 299$ (ประมาณ 10,100 บาท)
ASUS ZenPad S 8.0 (Z850CA)

ASUS ZenPad S 8.0 (Z850C) ตัวรองท็อป

  • ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop
  • หน้าจอ ขนาด 8 นิ้ว แบบ IPS ความละเอียดระดับ 2K (1536 x 2048)
    • กระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3
    • รองรับมัลติทัช 10 จุดพร้อมกัน
    • เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ (Anti-fingerprint coating)
  • ซีพียู  Intel Atom Z3530 แบบ Quad-Core 64bit ( 1.33 GHz / L2 Cache 2 MB)
  • ชิฟกราฟิก PowerVR Series 6 – G6430
  • แรมขนาด 2 GB
  • หน่วยความจำภายใน 16/32 GB
    •  พร้อมพื้นที่ Google Drive ขนาด 100 GB นาน 2 ปี
  • ระบบเครือข่ายไร้สาย
    • WLAN 802.11 b/g/n/ac
    • Bluetooth 4.1
    • รองรับ Miracast
  • กล้องดิจิตอล
    • กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • ระบบเสียง
    • ลำโพง 2 ข้างพร้อมระบบ DTS HD Premium Sound
    • เทคโนโลยี Sonic Master
  •  การเชื่อมต่อ
    • 1 พอร์ต Micro USB
    • 1 พอร์ตหูฟัง 3.5 มม.
    • ช่องอ่านการ์ดรีดเดอร์แบบ Micro SD Card (รองรับความจุสูงสุด 128 GB (SDXC))
  • เซ็นเซอร์         G-Sensor/ E-compass / GPS / Light-Sensor / Hall Sensor
  • ระบบนำทาง    GPS & GLONASS
  • แบตเตอรี่     รองรับการใช้งานสูงสุด 8 ชั่วโมง
  • ขนาด           203.2 x 134.5 x 6.9 มม.
  • น้ำหนัก         317 กรัม
  • สี                  ขาว, ดำ
  • ราคา            199$ (ประมาณ 6,800 บาท) *BestBuy

สำหรับสเป็คที่เขียนมานี้อ้างอิงมาจากเว็บไซต์ของทาง ASUS นะครับ แต่เท่าที่อ่านมาจากหลายๆที่พบว่าได้มีการอัพสเปคของ ASUS ZenPad S 8.0 ตัวรองขึ้นมาดังนี้ครับ

  • ซีพียูเป็น Intel Atom ความเร็ว 1.83 GHz (น่าจะเป็นรหัส Z3560) ที่มา GSMARENA
    • อันนี้บล็อกเกอร์เขียนนะครับ แต่ไปเช็คในเว็บของ BestBuy ยังเป็น Atom Z3530 (1.33 GHz) อยู่ครับ ที่มา BESTBUY
  • ระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop
  • ส่วนการรองรับปากกา Z Stylus บางเว็บบอกว่าได้ บางเว็บก็ไม่กล่าวถึง (แต่ถ้าดูตามสเป็คหน้าจอของ ASUS ZenPad S 8.0 Z850C แล้วน่าจะไม่รองรับครับ) เอาไว้รอดูตอนเข้าไทยอีกทีละกันครับ
Z850C รองท็อป

ฟังก์ชั่นเด่นของ ASUS ZenPad S 8.0

ASUS VisualMaster

ASUS VisualMaster เป็นฟีเจอร์ทางด้านการแสดงภาพ (รองรับทั้งรุ่น Z850CA และ Z850C) โดยประกอบด้วยเทคโนโลยีดังต่อไปนี้

  • ASUS Tru2Life Technology : เพิ่มค่าคอนทราสต์ให้สูงขึ้นถึง 200%, เพิ่มความคมชัดของภาพ, ปรับความสว่างให้เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง
เพิ่ม Contrast ให้สูงขึ้น 200%
เพิ่มความคมชัด
เพิ่มความสว่าง รองรับการใช้งานกลางแจ้ง
  • TruVivid technology : ลดความหนาของชั้นหน้าจอจาก 4 ชั้นให้เหลือเพียง 2 ชั้น (กระจกกันรอยและ LCD+Touch Sensor) ช่วยให้ได้สีสันที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการตอบสนองที่ไวขึ้นด้วยครับ
ลดชั้นหน้าจอลงมาเหลือเพียง 2 ชั้น (จากปกติ 4 ชั้น)
  • ASUS Bluelight Filter : ช่วยลดปริมาณแสงสีฟ้าที่ปล่อยออกมาจากหน้าจอ เป็นการถนอมสายตาจากภาวะที่ต้องโดนแสงสีฟ้าครับ

  • Vivid, wide-angle viewing experience : หน้าจอความคมชัดสูงระดับ 2K พร้อมพาเนลแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา
มุมมองกว้างถึง 178 องศา
  • ASUS Splendid technology : ช่วยให้การปรับอุณหภูมิของสีในหน้าจอเป็นเรื่องง่ายๆ (อันนี้เคยใช้มาใน Zenfone รู้สึกค่อนข้างชอบเหมือนกันครับ)

 

Cinematic Audio

Asus ZenPad S 8.0 เป็นแท็ปเล็ตตัวแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยี DTS-HD Premium Sound ที่จะเปลี่ยนระบบเสียงสเตอริโอให้เป็นระบบจำลองเสียงแบบรอบทิศทาง (virtual surround sound) *แต่ควรใช้ร่วมกับเคส ASUS Audio Cover  เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดครับ

Asus Audio Cover  เป็นได้ทั้งฝาพับกันรอยและลำโพงในตัว

นอกจากนี้ทาง Asus ก็ยังได้ใส่เทคโนโลยีต่างๆเรื่องเสียงเข้ามาด้วยอาทิ

  • Asus SonicMaster : ให้เสียงที่คมชัดขึ้น
  • Asus Audio Wizard : เป็นแอพที่ใช้งานร่วมกับ Audio Cover ซึ่งจะทำการปรับแต่งเสียงตามพรีเซ็ท อาทิ Movie Mode (สำหรับชมภาพยนต์), Gaming Mode (สำหรับการเล่นเกมส์), Music Mode(สำหรับการฟังเพลง) และ Smart Mode ที่จะปรับแต่งเสียงตามที่เราใช้งานอยู่ในปัจจุบันโดยอัตโนมัติครับ
Audio Wizard ที่ทำงานร่วมกับ Audio Cover

ตัว ASUS Auido Cover นั้นเป็นเคสที่มีลำโพงขนาดเล็กจำนวน 6 ตัวพร้อมซับวูปเฟอร์ 1 ตัว ให้เสียงจำลองแบบรอบทิศทาง สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องถึง 6 ชม.

ภายในของ ASUS Audio Cover

Pixel Master

ใน Asus ZenPad S 8.0 จะมาพร้อมกับกล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (สำหรับรุ่น Z850AC) และความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (ในรุ่น Z850C) มีเทคโนโลยี PixelMaster ช่วยให้สามารถถ่ายภาพในที่ๆแสงน้อยได้สว่างมากขึ้น (ชดเชยที่ไม่มีแฟลชให้ หรือจะซื้อ iblazer 2 มาใช้เป็นแฟลชก็ได้นะครับ) และมีฟีเจอร์เด่นๆดังนี้ครับ

  • เลนส์แบบ 5 ชิ้น
  • ค่ารูรับแสงที่ f/2.0 (สำหรับรุ่น Z850AC) ช่วยให้ถ่ายรูปในที่ๆแสงน้อยได้ดีขึ้น
  • เทคโนโลยี Pixel Master ช่วยให้ถ่ายรูปในที่ๆแสงน้อยได้สว่างขึ้นถึง 4 เท่า
  • รองรับการถ่ายภาพแบบ HDR
  • Zero Shutter Lag ช่วยให้ไม่พลาดช็อตสำคัญ
PixelMaster เทคโนโลยีที่ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ชัดเจนขึ้น

ดูเพิ่มเติม: PixelMaster-ZenPad

 

Z Stylus

มาถึงอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ จุดเด่นของ ASUS ZenPad S 8.0 ก็คือการรองรับปากกา Z Stylus ซึ่งตัวที่จะรองรับการใช้งานปากกาคือตัวท็อปรุ่น Z850AC (ส่วน Z850C รอคอนเฟิร์มอีกที บางกระแสก็ว่ารองรับ แต่ตามสเปคไม่น่าจะรองรับ ดังนั้นในโพสต์นี้จะเน้นที่รุ่น Z850AC ที่รองรับนะครับ) ซึ่งหน้าจอออกแบบมาให้รองรับการใช้ปากกา สามารถวางมือลงบนหน้าจอแล้วเขียนได้เหมือนกระดาษ หน้าจอรองรับแรงกดได้ถึง 1024 ระดับ ดูแล้วน่าจะเป็นที่ถูกใจนักวาดเขียน หรือบล็อกเกอร์ไม่น้อยครับ

ปากกา Z Stylus ที่สามารถกดได้ถึง 1024 ระดับ
  • หัวปากกาเล็กเพียง 1.2 มม.
  • สามารถกดได้ 1024 ระดับ
  • รองรับการใช้งานได้นาน 150 ชม.
  • เหมาะใช้คู่กับ ASUS TriCover Case ซึ่งมีที่เสียบปากกาและตั้งเอียงเล็กน้อยให้สามารถวาดเขียนได้สะดวก
TriCover Case

 

วิเคราะห์ตามสเป็คของ ASUS ZenPad S 8.0

ในส่วนของการวิเคราะห์ตามสเปคนี้ขอแยกออกเป็น 2 รุ่นคือตัวท็อปกับตัวรองท็อปแยกกันนะครับ ซึ่งทั้งสองตัวนี้จะมีความต่างอยู่เล็กๆ

Z850AC

แท็ปเล็ตจอ 8 นิ้ว รองรับการใช้งานปากกาได้สบายๆ สเปคสูงเหมาะจะเอาไว้ใช้ทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขีดๆเขียนๆหน้าจอบ่อยๆนี่เหมาะมากครับ สนนราคาแล้วน่าจะอยู่ประมาณไม่เกิน 12,000 บาท (เดาเอานะ) ซึ่งดูแล้วคุ้มค่าคุ้มราคาเหมือนกันครับ ถ้างบเยอะจัดตัวนี้ไปน่าจะดีกว่า แรมให้มาเหลือๆถึง 4 GB แถมซีพียูยังแรงกว่าด้วยครับ

เหมาะสำหรับ

  • บันทึกข้อความ(จดโน้ต)
  • วาดภาพ
  • ใช้งานด้าน Produtivity
  • เล่นเกมส์
  • ใช้งานเพื่อความบันเทิง (ดูหนัง, ฟังเพลง)
  • ท่องอินเทอร์เน็ต
  • ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ (Social Network)

 

Z850C

แม้ว่าสเป็คต่างๆอาจจะด้อยกว่ารุ่นพี่อย่าง Z850AC ไปเยอะ แต่ถ้าเน้นการใช้งานพื้นฐานทั่วไป ไม่เน้นการวาดเขียนหน้าจอด้วยปากกาดิจิไทเซอร์อย่าง Z Stylus แล้วล่ะก็ ในราคา 199$ (ผมประเมินว่าราคาขายในบ้านเราน่าจะเป็น 6,990. – 7,490 บาท) ก็ดูเป็นแท็ปเล็ตอีกเครื่องหนึ่งที่น่าสนใจครับ เพราะว่ามาพร้อมกับจอขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 2K ที่ให้ภาพชัดเต็มตามากกว่าจอแบบ Full-HD ใช้พอร์ตยอดนิยมอย่าง micro USB ที่สามารถต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆได้สะดวก หน่วยความจำภายในขนาด 32GB ที่น่าจะเพียงพอต่อการลงแอพฯหรือเกมส์ขนาดใหญ่ ถ้าไม่พอยังมีพื้นที่จาก Google Drive ให้อีก 100 GB ( 2 ปี)หรือจะเพิ่มการ์ด Micro SD ไว้เก็บข้อมูลก็ได้ครับ (รองรับความจุสูงสุด 128 GB (SDXC)) แรมขนาด 2 GB เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปครับ นอกจากนั้นยังมีกล้องหลังความละเอียด 5 ล้านไว้ถ่ายรูป รวมทั้งกล้องหน้าสำหรับใช้คุยกันแบบ VDO Call ได้ด้วย

เหมาะสำหรับ

  • ใช้งานเพื่อความบันเทิง (ดูหนัง, ฟังเพลง)
  • เล่นเกมส์
  • ท่องอินเทอร์เน็ต
  • ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ (Social Network)

จุดเด่น

  • สเปคคุ้มค่า ราคาเบาๆ
  • หน้าจอ 8″ ความละเอียดระดับ 2K แบบ IPS
  • รองรับการใช้งานปากกา Z Stylus (สำหรับรุ่น Z850AC)
  • เพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุด 128 GB
  • อายุการใช้งานต่อเนื่อง 6 ชม.

ข้อสังเกตุ

  • ราคาสำหรับวางจำหน่ายในประเทศไทยยังไม่ออก
  • สเปคซีพียูของรุ่น Z850C ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นตัว 1.33 หรือ 1.86 GHz กันแน่
  • รุ่น Z850C ยังไม่ยืนยันว่าสามารถใช้ปากกา Z Stylus ได้
  •  Z Stylus ต้องซื้อแยกและราคายังไม่ประกาศออกมา
  • ไม่รองรับซิมการ์ด (ไม่รองรับ 3G/4G LTE)

 

ความคิดเห็นของบล็อกเกอร์

เห็นมีข่าวลือบางแห่งว่าตัวรหัส Z850C นี่รองรับปากกา Z Stylus นี่ถ้าเป็นจริง ผมว่ารุ่นนี้จะเป็นอีกรุ่นนึงที่ขายดีเลยนะครับ เพราะจากที่เคยใช้ iPad มาแม้จะมีแอพฯวาดรูปดีๆให้ใช้งาน แต่ถ้าขาดปากกาดีๆนี่มันก็ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ถ้าลองเปลี่ยนมาจับแท็ปเล็ตขนาด 8 นิ้วแล้วมีปากกาให้ใช้งาน แถมราคายังไม่ถึงหมื่น น่าจะถูกใจคนชอบขีดเขียนอย่างผมไม่มากก็น้อยเลยละครับ ตอนนี้ก็คอยดูกันต่อไปว่าจะเข้าเมืองไทยเมื่อไร แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะเกินปีนี้ครับ (ผมว่าจะเก็บตังค์ไว้สอยมาเล่นเกมส์ Emulator เก่าๆน่าจะดีไม่น้อยครับ)

 

ที่มา: Androidcentral, ASUS.com

 

 

 

 

 

Comments

comments

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.