ไปลองเล่น Call of Duty MODERN WARFARE – Open BETA มาครับ

ดูนี่ ชวนเข้าครัว  เปิดวาไรตี้ทำอาหาร

หลังจากที่ปล่อยซีรีย์ Modern Warfare ไว้ให้จบแค่ภาค 3 ที่เหลือเพียงปู่ไพรซ์และนิโคไลที่รอด (ที่เหลือตายกันเกลี้ยงหมด) คราวนี้ทาง Infinity Ward ก็ได้กลับเอาซีรีย์ในตำนานของตนมารีบูตใหม่ พร้อมเอนจิ้นตัวใหม่ที่ให้ภาพสวยงามยิ่งกว่าเคย (ผมว่ามันกินทรัพยากรเครื่องลดลงกว่าตอนที่เล่น Black Ops 4 เสียอีก) และหลังจากที่เปิด Close Beta รอบแรกไปให้เหล่าคอนโซลได้ลองเล่นกันแล้ว เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาทาง Activision ก็ได้เปิด Open Beta ให้กับทางฝั่งคอนโซลและพีซีได้ลองเล่นด้วยกันผ่านระบบ Cross Play และผมเองก็มีโอกาสได้ลองเล่นมาเป็นระยะเวลา 2 คืน เลยอยากจะมาบอกเล่าประสบการณ์ที่ได้ในบล็อกนี้ครับ

ไปลองเล่น Call of Duty MODERN WARFARE – Open BETA มาครับ

สำหรับ Open Beta รอบนี้เปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปทดลองเล่นโหมดมัลติเพลเยอร์กันได้ แต่ว่าผู้ที่พรีออเดอร์จะได้สิทธิ์เข้าไปเล่นก่อนประมาณ 1 วันครับ ส่วนผมที่ยังไม่ได้พรี (เพราะไม่รู้ว่าเครื่องตัวเองจะเล่นได้ไหม รวมถึงตั้งใจจะกด GR Breakpoint ไปเล่นก่อน) ก็รอเวลาที่เค้าเปิดให้เล่นสำหรับบุคคลทั่วไปครับ

แรกเริ่มก็หวั่นๆว่าอาจจะไม่ไหวก็ได้ เพราะซีพียู, การ์ดจอ นี่ไม่ผ่านเลยนะ แต่ก็สามารถเข้าเล่นได้โดยปรับภาพความละเอียดระดับ HD (ตามหน้าจอที่ใช้) พรีเซทระดับ Low ซึ่งก็สวยแล้วนะ ได้เฟรมเรมประมาณ 40-50 แต่ไม่ต่ำกว่า 30 ครับ สามารถเล่นได้ลื่นๆเลย (ถ้าเล่นบนจอทีวีนี่ไม่มีปัญหานะ)

มาตาแรกที่เข้าไปเล่นนี่ยิงไม่ได้เลยครับ 555 เพราะไม่ได้เล่นมานาน แต่พอเล่นๆไปนี่ก็เริ่มปรับตัวได้ล่ะ ภาคนี้รู้สึกว่าปืนยิงได้นิ่งกว่าภาคที่ผ่านๆมาด้วยครับ สำหรับการเชื่อมต่อภาคนี้ก็ยังอาศัยโครงข่ายแพล็ตฟอร์ม Battle.net ซึ่งถ้าเราเลือกที่โซนอเมริกาก็จะได้เซิร์ฟเวอร์สิงคโปร์เหมือนตอน Black Ops 4 นั่นเองครับ เรียกได้ว่าเล่นกันได้ลื่นๆเลย

Gun Fight

รูปแบบกันไฟต์ของภาคนี้ จะคล้ายกับ Call of Duty Modern Warfare 1 และ 2 แต่เพิ่มแท็กติกขึ้นมาอย่างการวิ่งสปรินท์ระยะสั้นๆ(กด Shift 2 ครั้ง) สำหรับวิ่งหนีหรือหลบฉาก, มีการสไลด์ สำหรับหลบเข้าที่กำบัง, ระเบิด Lethal และ Tactical (แฟลช, สตั้นท์) สามารถรีสต็อคได้หากเลือก perk ที่สามารถรีชาร์จได้(มี Cool Down) และมีอุปกรณ์พิเศษ อาทิ โล่ตั้งพื้น, กล่องกระสุน (สามารถรีชาร์จได้) และที่พิเศษที่สุดคือสามารถตั้งปืนกับวัตถุต่างๆ อาทิ ขอบผนัง หน้าต่าง ประตู เพื่อแง้มยิง ซึ่งจะมีแรงดีดที่ต่ำกว่าการเล็งยิงปกติเสียอีกครับ (คิดว่าแรงดีดน่าจะพอๆกับการหมอบยิงเลยครับ)

การยิงกันภาคนี้ผมว่ายิงได้แม่นกว่าภาคก่อนๆเสียอีก เสียง Hit Marker ก็แน่นดีครับ จากที่ได้ลองเล่นมาผมว่ามันยิงตายช้ากว่า MW2 แต่เร็วกว่า BO4 (ที่มีเลือด 150) ทำให้กันเพลย์สนุกขึ้น แถมยังมีการยิงแลกกันที่มีโอกาสตายได้ทั้งคู่ (เจอมาแล้ว ยิงสวนกัน ตายทั้งคู่)

และภาคนี้ถ้าเราถูกยิงจนเจ็บหนัก หน้าจอจะกลายเป็นสีเทา (เปลี่ยนจากเดิมที่ภาคก่อนๆที่จะมีเลือดเต็มขอบจอ) แต่พอพ้นระยะก็จะรีเจนฯเลือดกลับมาเหมือนเดิมครับ

Load out

ภาคนี้กลับมาใช้ระบบมาตรฐาน ของซีรีย์ MW นะครับ มี 5 พรีเซ็ท และช่องปรับแต่งเองอีก 5 ช่อง ทั้งส่วนของ Perk ที่แบ่งออกเป็น 3 สายเช่นเดิม และที่เพิ่มมาใหม่ภาคนี้คือ Field Upgrade ที่ให้อารมณ์เหมือน Support Streak ของ MW3 อาทิ โล่ตั้งพื้น Ballastic, กล่องกระสุนสำรองที่แชร์ให้เพื่อนได้ หรือโดรนสำหรับ Tag ศัตรู ซึ่งพวกนี้หากใช้แล้วจะมีเวลาคูลดาวน์ให้ใช้งานได้ใหม่

Kill Streak

ส่วน Kill Streak ภาคนี้จะนับแบบต่อเนื่องไม่มีสะสมเหมือน MW3 นะครับ โดยยิ่งสะสมการฆ่าได้ต่อเนื่องมากเท่าไหร่ก็จะสามารถเรียก Kill Streak ที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นได้ อ้อแล้วก็มี NUKE สำหรับคนที่ยิงต่อเนื่องได้ถึง 30 คิลด้วยครับ

ระบบการปรับแต่งอาวุธ

  • ปืนหลักมีทั้งหมด 5 สายคือ Assualt Rifle, SMG, Shotgun, LMG, Markman Rifle และ Sniper Rifle
  • ปืนรองมี 2 สายคือ ปืนพก และเครื่องยิงจรวด
  • ภาคนี้เครื่องยิงจวรดมีความสำคัญคือนอกจากเอาไว้ยิง ฮ. หรือ UAV แล้วยังเอาไปยิงรถถัง/รถหุ้มเกราะในโหมด Ground War 32v32 ได้ด้วย
  • อาวุธสามารถแต่งได้สูงสุด 5 ชิ้นส่วน (รวม PERK)
  • อาวุธมีเลเวลมากกว่า 30 และทุกครั้งที่ปืนเลเวลอัพจะปลดล็อกของแต่ง
  • ปืนแต่ละกระบอกจะมี Perk ที่แตกต่างกันไป (มีให้เลือกมากกว่า 1 Perk)

ของแต่งปืนแต่ละชนิดจะมีข้อดีและเสียแตกต่างกันไป ต้องชั่งใจให้ดีก่อนทำการติดตั้ง

Operator

ตัวละครในโหมดมัลติเพลเยอร์จะถูกเรียกว่า Operator ซึ่งจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง และแต่ละฝั่งจะมีหน่วยย่อยลงไปอีก ซึ่งตัว Standard อาจจะมีการล็อก Operator เอาไว้ ส่วนผู้ที่ซื้อชุดที่ราคาสูงขึ้นน่าจะมีการปลดล็อกมาให้เลย (คล้ายกับ RB6) ส่วนทักษะพิเศษของแต่ละ Operator จะมีไหมยังไม่ได้รับการยืนยันครับ (ใน Beta แค่ตัวละครต่างกันเฉยๆ ซึ่งใน MW1-3 เราเลือกไม่ได้ว่าจะหน้าตาอย่างไร มันสุ่มเลือกให้หมด ซึ่งระบบ Operator ใน Call of Duty นั้นเริ่มมีมาตั้งแต่ CoD Ghost แล้วครับ)

Mode

เพื่อให้ผู้เล่นได้มีการเล่นเกมที่หลากหลาย คราวนี้ Infinity Ward เลยเอาปุ่ม Quick Play มาไว้ด้านบนเลยครับ ซึ่งภายใน Quick Play จะประกอบด้วยโหมดย่อยต่างๆดังนี้

  • TEAM DEATHMATCH | แบ่งฝั่งละ 6 – 6 ยิงกันจนฝั่งไหนแต้มได้ถึง 75 คิลก่อนเป็นผู้ชนะ
  • DOMINATION | แบ่งฝั่งละ 6 – 6 ภายในแผนที่จะมีธงอยู่ 3 จุด หากยึดธงได้ก็จะได้แต้ม ฝั่งไหนถึง 200 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะ
  • HEADQUATERS | แบ่งฝั่งละ 6 – 6 ภายในแผนที่จะมีการสุ่มฐานขึ้นมา ให้เราต้องรีบไปยึดจุดก่อนศัตรู หากยึดได้การ Respawn ฝั่งเราจะถูกหยุดลงชั่วคราว และภายใน 30 วินาทีเราต้องยันฝั่งตรงข้ามไว้ให้นานที่สุด (ระหว่างนั้นคะแนนฝั่งที่ยึดจะขึ้นไปเรื่อยๆ) ส่วนอีกฝั่งต้องยับยั้งการยึดจุดฝั่งตรงข้าม ด้วยการกำจัดศัตรูที่เฝ้าจุดและอยู่ในบริเวณจุดนั้นๆ  ฝั่งที่ได้ 250 แต้มก่อนเป็นฝ่ายชนะ
  • CYBER ATTACK | โหมดวางระเบิดที่ปรับปรุงกฎขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถที่จะวางระเบิดฐานของศัตรูได้ ระหว่างนั้นหากเพื่อนในทีมเราตายก็สามารถชุบชีวิตได้ (ทุกคนสามารถชุบได้) ฝั่งที่ทำแต้มได้ 5 แต้ม(ชนะ 5 รอบ) จะชนะในแมตช์นั้นไป  – สนุกกว่าที่คิด
  • DOM 20 Player | โหมด Domination ที่เพิ่มจำนวนคนขึ้นจากทีมละ 6 เป็นทีมละ 10
  • HEADQUATER 20 Player | โหมด HEADQUATER ที่เพิ่มจำนวนคนขึ้นจากทีมละ 6 เป็นทีมละ 10

Ground War 32 vs 32

หนึ่งในไฮไลต์ของ Modern Warfare ภาครีบู้ตคือการนำเอาโหมด Domination แบบ 5 จุด มาขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้นเหมือน Battlefields ขนาดย่อมๆด้วยจำนวนผู้เล่นถึงฝั่งละ 32 คน (รวม 64 คนในแผนที่) พร้อมยานพาหนะ อาทิ รถถังขนาดเล็ก, รถหุ้มเกราะ APC, เฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก, รถ ATV และด้วยการที่เกมนี้ไม่ได้แบ่งคลาสเหมือน BF ทำให้ผู้เล่นแต่ละคนสามารถบู้แหลกได้ ซึ่งในช่วงกลางแผนที่ที่เป็นจุด B-C-D นั้นมีความวุ่นวายสูงมาก แต่ก็สนุกมากๆเช่นกันครับ ผมคิดว่าโหมดนี้น่าจะตอบโจทย์คนที่อยากเล่นเกมแนว BF ที่มีแผนที่กว้างๆขึ้น มีรถให้ขับแต่ไม่อยากใช้เวลานาน (แต่ละรอบไม่เกิน 20 นาที) ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

โหมดพิเศษ

เป็นโหมดที่มีให้เล่นเป็นบางวันครับ

  • Realism | โหมด TDM ที่ปรับเอา HUD ออก ไม่มี Hit Maker และยิงหัวนัดเดียวมีโอกาสตายสูง ปืนก็ดีดมากขึ้น
  • Gunfight 2 vs 2 | โหมดวัดฝีมือที่เคยมาใน BETA รอบแรก โดยแบ่งเป็นทีม 2 – 2 ใช้อาวุธปืนสุ่มเข้าวัดกัน
  • NVG | โหมดที่มีสภาพแวดล้อมเป็นกลางคืนสุดมืดมิด ที่ผุ้เล่นต้องใช้กล้อง Night Vision ในการต่อสู้

ระบบ Cross Play

ในช่วง Open BETA นี้มีการเปิดระบบ Cross Play ให้เล่นร่วมกันได้ระหว่างฝั่งคอนโซล (Xbox One/PS4) และฝั่งพีซี (Battle.net) ซึ่งจะเจอทั้งคนที่ใช้คอนโทรลเลอร์เล่นและเมาส์เล่นด้วยกัน ซึ่งผมว่าคนใช้จอยโหดๆก็เยอะครับ และ Aim Assist ภาคนี้ก็ดูจะดูดได้ดีด้วย (ฝั่งพีซีถ้าใช้คอนโทรลเลอร์ก็สามารถใช้ Aim Assist ได้เช่นกันครับ) ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการแล้ว หากฝั่งพีซีอยากเล่น Cross Play กับฝั่งคอนโซลล่ะก็ต้องใช้คอนโทรลเลอร์เพื่อความเท่าเทียมกันครับ ส่วนฝั่งคอนโซลที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดก็จะมาเจอกับพีซีที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดเช่นกันครับ

สรุปหลังการเล่น

  • เสียงปรับปรุงได้ดีมาก เสียงปืนนี่ดังสนั่นจริงๆ
  • วัตถุบางอย่างสามารถยิงทะลุได้
  • โล่ Ballastic สามารถยิงทะลุได้
  • ใน BETA เลเวลตันที่ 30
  • ประตูหลายๆบานสามารถเปิด/ปิดได้
  • มีสถานที่ให้ปีน/แอบ เหมือนตอน MW2 (ซึ่ง MW3 ตัดส่วนนี้ไปค่อนข้างมาก)
  • ภาคนี้ไม่มีมีดฟันทีเดียวตาย แต่มีการใช้พานท้าย/ด้ามปืนทุบศัตรูเอง ซึ่งต้องใช้ 1-2 ครั้งขึ้นอยู่กับพลังชีวิตของศัตรูหรือPerk ของอาวุธครับ

 

ความคิดเห็นของบล็อกเกอร์

จากตอนแรกที่ยังก้ำกึ่งว่าจะซื้อมาเล่นดีหรือเปล่า เพราะภาค BO4 ที่ซื้อมาก็เล่นค่อนข้างน้อย (เพราะไม่มีพื้นที่ติดตั้ง) แต่พอได้ลองเล่นเป็นระยะเวลา 2 คืน เห็นทีคงต้องจัดแล้วครับ เพราะกลิ่นอายความเป็น Modern Warfare ที่ผมรักเลย และได้เพิ่มส่วนต่างๆให้เหมาะสมกับการเล่นในปัจจุบันด้วย เช่นการตั้งปืนกับวัตถุเช่นขอบหน้าต่าง ขอบกำแพงเพื่อช่วยลดแรงดีดของปืนลง หรือการสไลด์ที่ช่วยในการหลบเข้าที่กำบัง ไม่ต้องเจอสกิลเวอร์ๆแบบ BO3 อย่างการไต่กำแพงแล้วครับ

Call of Duty MODERN WARFARE จะเปิดให้เล่นพร้อมกันในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

Comments

comments

One Comment

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.