WARFACE-THAILAND: Weapon Commentary

ดูซีรีย์ยอดฮิต

หลังจากได้เล่นเกมนี้มาสักระยะหนึ่ง เจอทั้งคนที่ดีและคนที่แย่ตามประสาเกมออนไลน์ ผมก็มีโอกาสได้ใช้ปืนอยู่หลายกระบอกซึ่งแต่ละกระบอกก็มีข้อเสียต่างกัน นี่ไม่ใช่รีวิวอย่างเป็นทางการแต่เป็นการบอกเล่าประสบการณ์ที่ผมเจอในการใช้อาวุธแต่ละชนิดนะครับ

WARFACE-THAILAND: Weapon Commentary

ปืนในเกม Warface นี้จะต่างกับ Call of Duty ตรงที่การปลดล็อกปืนจะต้องใช้แต้ม VP (Vendor Point)ในการปลดและจะสุ่มปืนที่ต้องปลดมาเรื่อยๆ ดังนั้นกว่าที่เราจะได้ปืนที่ถูกใจอาจจะใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ถ้าคิดว่าดวงดีก็สามารถเติมเงินไปหยอดกาชาปืนได้เช่นกันครับ (ส่วนจะเกลือหรือได้ของแล้วแต่เวรกรรมและวาสนาครับ) ถ้าหากเป็น CoD การปลดล็อกปืนจะปลดให้ตามเลเวลที่เราถึง ถ้าอยากได้ปืนดีก็ต้องตั้งใจเล่นหน่อย(แต่การปลดของแต่งก็ต้องใช้ปืนนั้นไปเรื่อยๆจนปลดได้ตามเงื่อนไข และสามารถแต่งลายปืนได้ตามที่ปลดล็อกหรือซื้อสกินปืนก็ได้เช่นเดียวกัน) ส่วนของแต่งปืนใน Warface นั้นใช้แต้ม VP ในการปลดล็อกครับ


Assualt Rifle/Light-Machinegun

ปืนคู่ใจอาชีพไรเฟิลแมน เหมาะกับการยิงระยะกลาง-ไกล และช่วยยิงสนับสนุนได้เป็นอย่างดี

 

Daewoo K2 : สมดุลดี ใช้ง่าย ค่าซ่อมถูก รีโหลดเร็ว

  • ปืนสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะเราจะได้ปืนนี้มาเป็นกระบอกแรกเหมือน M4A1 แต่ยิงแรงกว่าครับ
  • รีโหลดไว และไม่ดีด
  • ข้อเสียคือปืนเสียงค่อนข้างดังครับ

DAEWOO K3 Light Machinegun

DAEWOO K3: ปืนกล เปลี่ยนแม็กเร็ว

  • จัดว่าเป็นปืนกล(Light Machinegun) ที่จุกระสุนได้น้อยกว่ากระบอกอื่นๆ
  • แต่ก็ชดเชยมาด้วย ความเร็วในการเปลี่ยนแม็กกาซีนที่เป็นแบบซอง เร็วกว่าแบบดรัม หรือสายพานกระสุนแบบ M249 PARA
  • ก็จัดว่ายิงได้ดีระดับกลางๆ

M16A2 LMG

M16A2 LMG : เหมาะเล่น Special Ops ,รีโหลดไวกว่า G36 LMG, เป้านิ่ง

  • เป็นปืนที่ผมเอาไว้เล่นด่าน Darkness ที่เต็มไปด้วยซอมบี้ไซบอร์ก
  • กระสุนจุได้ 100 นัด/ดรัมแม็กกาซีน
  • รีโหลดค่อนข้างช้า แต่ไวกว่า G36 LMG (แต่พลังทำลายต่อนัดด้อยกว่านิดนึงครับ)

 

H&K G36 LMG : ปืนยอดนิยมสำหรับศัตรูจำนวนมาก

  • ปืนกลหนักที่มีกระสุนมากถึง 100 นัด/ดรัมแม็กกาซีน
  • รีโหลดค่อนข้างช้า

H&K G36K Dreadful

 

H&K G36K Dreadful : ปืนต่อต้านไซบอร์ก

  • ปืนประเภทไรเฟิลจู่โจม
  • กระสุนให้มาที่ 35 นัด/แม็กกาซีน
  • มีความนิ่งในระดับที่คุมปืนได้ ยิงแช่ได้ สามารถติดกล้อง 2X ไว้ยิงระยะกลาง+ ได้สบายๆ
  • มีความรุนแรงเป็นพิเศษเวลายิงไซบอร์ก


TARVO TAR-21 : ห่วยกว่าที่คิด

  • เป็นปืนที่ Stat ใกล้เคียงกับ K2 แต่พอเวลายิงจริงๆรู้สึกว่ายิงเบา
  • แต่เสียงจากปืนนี้ไม่ค่อยดังครับ (ตอนเล่นปืนนี้ใน Modern Warfare 2 นี้เมพที่สุดล่ะ)

Calico : เหมาะยิง Hipfire

  • เป็นปืนที่เกือบจะดี(แต่ยังไม่ดี) เล็งแล้วดีดขึ้นสูง
  • ยิงได้ไวเหมือน SMG
  • กระสุนจุได้ 50 นัด(ปกติปืนทั่วไปจุได้ 30 นัด)
  • รีโหลดช้า(ถึงจะใช้ถุงมือ Crow ก็ยังโหลดช้าอยู่ดี)

 

Galil : ยิงโหดแต่โคตรดีด

  • ปืนที่ผมเพิ่งปลดล็อกมาได้ล่าสุด
  • พลังทำลายจัดว่าอยู่อันดับต้นๆของปืน Assualt Rifle
  • แต่แรงดีดก็มากเช่นเดียวกัน ต้องยิงเป็นชุดเอา
  • กระสุนให้มาน้อยแค่ 25 นัด/แม็กกาซีน

FN F2000

FN F2000 : ปืนไรเฟิลจู่โจมที่มีจุดเด่นที่อัตราการยิงที่ไวมาก พอๆกับ SMG แต่สามารถยิงระยะกลางได้ดีกว่า

  • เมื่อเล็งยิงระยะกลางกลุ่มกระสุนจะเบนออกเป็นแนวเฉียงไปทางด้านขวาบน
  • ยิงวัดกันระยะใกล้กับไรเฟิลจู่โจมด้วยกันสนุกครับ ได้เปรียบตรงกระสุนที่ลั่นไวกว่า (ระยะใกล้ยิง Hipfire ก็พอครับ)
  • การรีโหลดกระสุนให้ระยะปานกลาง ไม่เร็วและก็ไม่ช้าเกินไป
  • เป็นปืนเช่านะครับ ราคาที่ 1900$ วัน หรือซื้อถาวรได้ที่ 39,900$

AS-VAL : โคตรโกง

  • ปืนไรเฟิลจู่โจมติดปากลำกล้องเก็บเสียง
  • พลังทำลายจัดว่าสูง  แต่แรงดีดก็สูงมากๆเช่นเดียวกัน
  • มีให้เช่าที่ร้านทั้งรายวัน , รายสัปดาห์
  • แม็กกาซีนจุกระสุนได้ 20 นัด

MSBS RADON

MSBS RADON : คุ้มค่าสำหรับสาย PvP

  • เป็นปืนเช่ารายวัน และค่อนข้างได้รับความนิยมเนื่องจากพลังโจมตีที่สูง
  • พลังโจมตีสูงถึง 84 หน่วย/นัด บรรจุกระสุนได้ค่อนข้างไว
  • สามารถเก็บศัตรู (PvP) ได้ 2 – 3 ตัวก่อนรีโหลดใหม่
  • ปืนค่อนข้างดีดไปด้านบน แต่ก็สามารถกดตัวปืนลงมาชดเชยให้กลุ่มกระสุนเกาะกันได้
  • เพราะปืนดีดขึ้นบนเลยทำให้ลั่นเข้าหัวได้บ่อยๆเหมือนกัน
  • แต่ไม่เหมาะยิงระยะไกลเท่าไหร่ เพราะปืนไม่ค่อยนิ่ง (สายยิงไกลผมว่า HK G36K เหมาะกว่า)
  • ส่วนระยะประชิดนี่จัดว่าโคตรอันตราย ยิงแบบ Hipfire ผมยังรู้สึกว่าแม่นกว่าเล็งยิงเสียอีกนะครับ
  • เพราะเป็นปืนเช่าเลยมีข้อดีตรงไม่ต้องซ่อมปืนบ่อยๆ
  • ราคา 2900$/วัน – 9,900$/7 วัน และ 24,900$/30 วัน

 

FN SCAR-H CROW

  • ปืนพิเศษที่ได้จากการเปิดกล่อง 7 วัน
  • กระสุนมีเพียง 25 นัด/แม็ก แต่แลกมาด้วยพลังโจมตีที่สูงและมีความนิ่งมาก
  • ปัจจุบันมีให้เช่าในราคา 1 วัน 1,000 CROW

 

M60E4 : แรมโบ้มาเอง

  • ปืนกลเบาที่ถูกเพิ่มมาในแพทช์ล่าสุด เมื่อต้นเดือนตุลาคมนี้
  • เป็นปืนที่เหมาะสำหรับเล่นในโหมด PvE และ Special Co-Ops เป็นอย่างมาก
  • ด้วยพลังทำลายที่สูงถึง 80 แดมเมจ/นัด
  • และกระสุนแบบสายพานที่มีความจุมากถึง 200 นัด
  • ทำให้เหมาะอย่างยิ่งกับการยิงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเล่นโหมด Anubis Hard
  • จุกระสุนสำรองได้ 400 นัด
  • เนื่องจากเป็นปืนเช่าทำให้ไม่ต้องกังวลค่าซ่อมปืน
  • ราคาค่าเช่าต่อเดือนจัดว่าถูกเพียง 15,900$ เท่านั้นเอง
  • ข้อเสียของปืนนี้คือ หนักและสลับปืนเป็นปืนพกได้ค่อนข้างช้า
  • นอกจากนั้นอาจจะต้องเผื่อเวลารีโหลดกระสุนประมาณ 5 วินาทีด้วยครับ
  • ปัจจุบันเป็นปืนหลักที่ผมใช้เล่น PvE /Special Co-Ops

 

ความคิดเห็นของบล็อกเกอร์

ปืนในสายนี้ที่ผมใช้หลักๆก็คงเป็น Daewoo K2 นี่แหละครับ เพราะใช้งานง่าย, ค่าซ่อมไม่แพง มีความแม่นยำสูง เอาไว้เล่นทั้งใน PvE หรือ PvP ก็สบายๆครับ

ส่วนอีกปืนหนึ่งที่ผมชอบมากๆในตอนหลังนั้นก็คือ H&K G36K Dreadful  ถึงแม้ประสิทธิภาพจะไม่ได้โดดเด่นมาก แต่การใช้งานในระยะกลางถึงไกลนี่ไว้วางใจได้เลยครับ โดยเฉพาะเมื่อติดตั้งปลอกลดแสงเจาะเกราะ+ด้ามจับ Assualt และกล้องเล็งแบบ 2X ผมเอาไว้ยิงศัตรูจากระยะกลางๆได้สบายเลยครับ


SMG (Sub-Machine Gun)

SMG หรือปืนกลเบา เป็นอาวุธประจำตัวอาชีพ Engineer ที่มีน้ำหนักเบาและอัตราการลั่นกระสุนที่สูง เหมาะสำหรับการต่อสู้ระยะประชิดถึงกลางครับ

Daewoo K1 : สมดุลดี, ยิงสนุก

  • ปืนกลเบากระบอกเริ่มต้นของสายอาชีพนี้ ให้ค่า Stat ที่ดีกว่า MP5 ที่เป็นปืนพื้นฐานระดับหนึ่ง
  • ชอบอัตราการลั่นกระสุนครับ
  • ยิงแรงระดับหนึ่งและรีโหลดได้ไว แถมค่าซ่อมยังถูกอีกด้วย


AUG-A3 9mm XS : ยิงไว, รีโหลดเร็ว

  • ปืนกลเบาที่ยิงได้ไวมาก
  • รีโหลดไว เหมาะไว้เล่น PvP ครับ


Baretta MX4 STORM : ยิงช้า, แม่นยำ, กระสุนแรง, รีโหลดปานกลาง, เหมาะกับการเล็งยิง

  • เป็นปืนเช่าในร้านนะครับ แต่สามารถได้รับจากกล่องเวลาเลื่อนเลเวลด้วย
  • กระสุนยิงแรงและแม่นยำ เหมาะกับการยิงเป็นชุด
  • แต่อัตราลั่นไกค่อนข้างต่ำ ไม่เหมาะไว้ยิงแลกใน PvP


H&K MP7 : ยิงไว, รีโหลดเร็ว, ยิง Hipfire แม่น, เหมาะสำหรับยิงระยะประชิดถึงระยะกลาง

  • ปืนปัจจุบันที่ผมใช้อยู่
  • ยิง Hipfire ได้มันมาก
  • รีโหลดไว
  • โดยรวมแล้วชอบอ่ะ

H&K G36C Dreadful: ปืนกลเบาสำหรับยิงไซบอร์กโดยเฉพาะ

  • เป็นปืนที่ดรอปได้หลังจากจบภารกิจในโหมด Special Co-Ops ด่าน Darkness (Cyber Hored)
  • พลังโจมตีเท่าปกติ แต่เพิ่มจำนวนกระสุนจาก 30 นัด/แม็กกาซีนเป็น 40 นัด/แม็กกาซีน และเพิ่มจำนวนกระสุนสำรองให้มากขึ้นเป็น 340 นัด
  • และให้พลังโจมตีไซบอร์กเป็นพิเศษ
  • รีโหลดได้ค่อนข้างไว แต่อัตราลั่นไกยังเป็นรอง MP7

 


Calico M960A: ลูกเยอะ(50นัด) ยิงไว แต่ดีด

  • แม็กกาซีนจุได้ 50 นัด แต่รีโหลดช้ามาก
  • ยิงไว แต่ดีดขึ้นด้านบน

KRISS SUPER V CROW

KRISS SUPER V CROW : เล็ก แรง ระยะไกล

  • ปืนที่ผมได้มาจากการเปิดกล่องครบ 7 วันเลยได้มาใช้เป็นเวลา 7 วัน
  • เป็นปืนที่มีค่าสเตตัสสูงกว่า KRISS SUPER V เล็กน้อย
  • มีผลต่อการโจมตีพวกไซบอร์กเป็นพิเศษ
  • ยิงนิ่งมากครับ และระยะโจมตีใกล้ถึงกลาง โหลดกระสุนก็ไว
  • โดยรวมจัดว่ามีความสมดุลที่ค่อนข้างดีเลยแหละ

 

 

AK-9

  • ปืนกลเบาที่มีจุดเด่นคือพลังทำลายต่อนัดที่จัดว่าค่อนข้างสูง คือ 70 แดมเมจ/นัด
  • ระยะยิงจัดว่าไกลกว่าปืน SMG ตัวอื่นๆ กระสุนพุ่งเป็นกลุ่ม ไม่ค่อยดีด
  • เหมาะสำหรับเล่น PvE เป็นอย่างยิ่ง (แต่ PvP ก็ยังได้เปรียบปืน SMG อื่นๆตรงความแม่นยำระยะไกล)
  • ข้อเสียคือ จำนวนกระสุนที่จุเพียง 25 นัด/แม็กกาซีน

Shotgun

Remington M870 CQB : แดมเมจสูง,

  • เหมาะเป็นปืนสำรองแทน UTS-15
  • แต่จุกระสุนได้น้อย
  • อัตราลั่นไกต่ำ ตามประสาปืนแบบ Pump-Action


ATS UTS-15 : แดมเมจสูง

  • อัตราลั่นไกถือว่าไม่เลว แม้ว่าจะไม่เร็วเท่าพวกกึ่งอัตโนมัติแต่ก็เร็วกว่าลูกซอง Pump-Action
  • บรรจุลูกกระสุนได้มากถึง 13 นัด
  • ไม่ต้องซ่อมเพราะเป็นปืนเช่า (ตกวันละ 800)

Keltec : ถือว่าเป็นลูกซองอีกอันที่แรง

  • แต่บรรจุลูกได้น้อยและเป็นปืนเช่า
  • stat ใกล้เคียงกับ UTS-15 แต่จุลูกได้น้อยกว่า

MOSBERG 500 CUSTOM CROW : แรง ไว แม่นยำ

  • ปืนพิเศษที่ได้จากการเปิดกล่อง 7 วันหรือเช่าเอาได้ที่ราคาเริ่มต้น 1000 CROW/วัน
  • เป็นปืนที่นิงได้สนุกและยิงต่อเนื่องได้ค่อนข้างไว
  • กระสุนมี 9 นัด รีโหลดโดยการบรรจุกระสุนทีละนัด
  • พลังในการโจมตีไซบอร์กสูงถึง 1,020 แดมเมจ/นัด

SAIGA H.G.C. Custom

  • ปืนปลดล็อกระดับสุดท้าย(Legendary) ของคลาสเมดิค
  • สเตตัสที่เรียกได้ว่าดีไม่แพ้ปืนที่เปิดกล่อง
  • ซองกระสุนเป็นแบบแม็กกาซีนจุได้ 12 นัด รีโหลดไวเทียบเท่ากับปืนไรเฟิลจู่โจม
  • อัตราการลั่นกระสุนค่อนข้างไว
  • ถ้าไม่รีบอยากได้ปืนดีๆ ค่อยๆเล่นแล้วรอปลดล็อคปืนลูกซองตัวนี้ก็ได้ครับ

SPAS-12 Dreadful

  • ปืนลูกซองแบบปั๊มแอ็คชั่น สำหรับยิงไซบอร์กโดยเฉพาะ
  • ได้มาจากการเปิดกล่องหลังจบภารกิจ Special Ops ด่าน Darkness ระดับ Normal
  • ให้ค่าสเตตัสที่ดีกว่า SPAS-12 นิดนิง (แต่บรรจุกระสุนได้มากกว่าเท่าตัวและกระสุนสำรองที่เรียกว่าเพียบ)
  • ยิงไซบอร์กดีมาก การลั่นไกถือว่าดีกว่าปืนลูกซองบางชนิด
  • รีโหลดโดยการใช้หลอดกระสุน ไวกว่าการรีโหลดโดยการบรรจุทีละนัดครับ
  • เอาไปเล่น PvP ก็ดีเหมือนกันนะ โดนนัดเดียวตรงๆไปนอนกับพื้นได้เลยล่ะ

 

VEPR : Danger Close

  • ปืนลูกซองอัตโนมัติแบบแม็กกาซีน
  • พลังทำลายต่อนัดต่ำและระยะยิงจัดว่าใกล้ที่สุด (3.2)
  • แต่ชดเชยด้วยอัตราลั่นไกที่สูงมากถึง 300 นัด/นาที
  • เปลี่ยนลูกไวด้วยแม็กกาซีนบรรจุ 8 นัด
  • เหมาะสำหรับใช้ในระยะประชิดเท่านั้น
  • เหมาะสำหรับสาย PvP ที่เล่น TDM หรือ STORM
  • โดยเฉพาะโหมด STORM นี่เอาไว้คอยดักในฐานนี่อีกฝั่งจะเกลียดมากๆ เพราะแค่ 2 นัดก็ทำให้ตายได้ถึงจะเกราะหนาก็เหอะ
  • และยิ่งกดยิงรัวได้เป็นอะไรที่โคตรสะใจเลยครับ

DP-12 : Burst Shotgun

  • ปืนลูกซองที่ยิงกระสุนออกมาทีละ 2 นัด
  • ความโหดของมันคือถ้าโดน 2 นัดนี่ยังไงก็จบ
  • แถมยังยิงต่อเนื่องได้ไวอีกต่างหาก
  • บรรจุกระสุนทีละนัด
  • ข้อเสีย  ต้องเปิดกล่องกาชา DP-12 ที่ราคากล่องละ 60$

Rifle


Barrett M88B : ยิงแรง 1 นัด 1 ศพ

  • พลังทำลายสูงมาก 1 นัด 1 ศพ (หรือ Knock Down ในกรณีที่เกราะหนา)
  • ยิงต่อเนื่องได้ช้า
  • บรรจุกระสุนได้ 10 นัดและรีโหลดช้า
  • ถึงใส่ปลอกเก็บเสียงแต่ก็ยังแรงอยู่ดี
  • เป็นปืนเช่า


Walther WA-2000 : พลังโจมตีค่อนข้างสูง (250)

  • เอาไว้ลุยในด่าน PvE,Special Ops พอไหว สามารถเก็บบอทในอัตรา 1 นัด/ตัว หรือ 2 นัด/ตัว ในกรณีไม่โดนที่สำคัญ
  • และได้เปรียบตรงที่สามารถซ้ำเป้าหมายได้ค่อนข้างไว
  • แต่ข้อเสียคือแม็กกาซีนที่จุได้เพียง 6 นัดเท่านั้น
  • รีโหลดกระสุนไว เทียบเท่าไรเฟิลจู่โจม
  • เวลายิง Spec Ops ต้องยิงซ้ำถึงจะตาย

VAS : ไรเฟิลที่พลังโจมตีอาจจะไม่สูงมากเท่าปืนกระบอกอื่น แต่สามารถยิงได้ต่อเนื่องใกล้เคียงกับไรเฟิลจู่โจม

  • ติดตั้งปลอกเก็บเสียงในตัว
  • อัตรายิงต่อเนื่องสูงมาก  เน้นยิงต่อเนื่องเพื่อสร้างความเสียหาย
  • กระสุนหมดค่อนข้างไว

H&K SL8

  • ปืนไรเฟิลซุ่มยิง อีกรุ่นที่เป็นที่นิยมสำหรับสายฟรี
  • แม้พลังโจมตีจะไม่สูงมากแต่ก็ชดเชยด้วยอัตราลั่นไกที่ค่อนข้างสูง
  • เมื่อเทียบกับไรเฟิลซุ่มยิงกึ่งอัตโนมัติตัวอื่นๆ อาทิ XM8, SIG551, Dragunov ผมว่า SL8 เป็นปืนที่ดีที่สุดแล้วครับ

QBU-88

  • ปืนไรเฟิลซุ่มยิงกึ่งอัตโนมัติ บรรจุกระสุนได้ 10 นัด พร้อมซองกระสุนสำรองอีก 40 นัด
  • พลังทำลายต่อนัด 230 นัด สูงกว่า H&K SL8 ส่วนอัตราลั่นไกอยู่ที่ 250 นัด/นาที
  • เหมาะสำหรับยิงซ้ำ 2-3 นัด/ศัตรู 1 ตัว เพราะพลังทำลายต่อนัดยังถือว่าต่ำกว่า WA-2000 แต่ชดเชยด้วยจำนวนกระสุนที่มากกว่าและอัตราลั่นไกที่ไวกว่า
  • เหมาะไว้เล่น PvE  หรือสำหรับคนที่อยากลองใช้งาน MK-14 EBR ว่าจะเหมาะหรือไม่ก่อนลงทุน เพราะค่า Stat ต่างๆใกล้เคียงกันครับ
  • โดยรวมแล้วถือว่าพอใช้ครับสำหรับ PvE  แต่ผมชอบจังหวะของ WA-2000 มากกว่า
  • เป็นปืนเช่า ราคา 2,900$/วัน

 

ALPINE : ปืนฟรี ช้าแต่ชัวร์

  • ปืนที่หาได้จากการปลดล็อก (อยู่อันดับท้ายๆ)
  • ยิงทีละนัดแบบ Bolt-Action ภายในบรรจุกระสุนได้ 5 นัด อัตราการยิงต่อเนื่องต่ำ เพียง 39 นัด/นาที
  • แต่ก็แลกมาด้วยขนาดที่กระทัดรัดและพลังทำลายสูง ( 320/นัด)
  • เหมาะสำหรับการเล่น PvP เป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถยิงนัดเดียวจบได้เลย หรือจะเล่น PvE ก็สามารถจัดการศัตรูเกราะหนาที่ปกติใช้ WA-2000 ยิงสองนัดได้ในนัดเดียวอย่างพวก Heavy-soldier, Spec Ops, Demoman เป็นต้น
  • กว่าจะปลดได้ผมเล่นมาจนถึงเลเวลที่ 30 แต่พอได้ใช้ถือว่าคุ้มครับ (ดีแล้วที่ไม่ได้ซื้อไรเฟิลถาวร)
  • เล็งได้เร็ว จบเกือบทำ Quick Scope ได้เลย
  • ทริคการเล่นปืนนี้ ผมติดตั้งกระบอกลดเสียงของสไนเปอร์ไรเฟิล + ขาทราย + กล้องซูม 4X

 

Barette M107 :

  • ปืนไรเฟิลซุ่มยิงแบบกึ่งอัตโนมัติ ความจุกระสุน 10 นัด + สำรอง 20 นัด
  • แต่ละนัดพลังโจมตี 310 หน่วย
  • ยิงต่อเนื่องด้วยอัตราเร็ว 90 นัดต่อนาที (เป็น 2 เท่าของปืนแบบ Single-Action)
  • เหมาะไว้เล่น PvE ส่วน PvP เหมาะสำหรับซุ่มยิงมากกว่า (ดังรูปด้านบน) หากยิงพลาดมีโอกาสยิงซ้ำได้ค่อนข้างง่าย
  • จุดเด่นของปืนนี้คือความนิ่งในระดับที่ยืนยิงเป้ายั่งไม่สั่นเลยครับ
  • ข้อเสียคือ ปืนหนัก ทำให้เคลื่อนที่ได้ช้า + เล็งได้ค่อนข้างช้า
  • หาได้จากการเปิดกล่องสายสไนเปอร์นั่นแหละ

 

MK-14 EBR

  • ปืนไรเฟิลซุ่มยิงกึ่งอัตโนมัติ ชนิดกล่องกาชา
  • มีพลังโจมตีที่ 225 แดมเมจ/นัด อัตราลั่นไกที่ค่อนข้างสูงที่ 250 นัด/นาที และแม็กกาซีนจุกระสุนได้ 20 นัด
  • ยิงได้มันส์และค่อนข้างนิ่ง ถ้าศัตรูเป็นประเภทเกราะอ่อน นัดเดียวก็สามารถล้มได้
  • เหมาะเล่นทั้ง PvE และ PvP

 

STAR-21 NAVY BLUE

  • ปืนที่ได้จากการปลดล็อก ในช่วงท้ายๆของคลาสสไนเปอร์
  • เป็นปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ พลังโจมตีปานกลาง แต่อัตรายิงต่อเนื่องค่อนข้างสูง (ทำให่คิดถึงปืนพวก FAL ใน MW2 เลยครับ)
  • โดยรวมจัดว่าพอใช้  แต่ถ้าจะให้ชินมือคงต้องใช้เวลาสักพัก

****ข้อมูลรอการอัพเดตเพิ่มเติม****

 

PISTOL (ปืนพก)

อาวุธสำรองที่เรามีโอกาสได้ใช้งานบ่อยๆ เนืองจากการสลับจากปืนหลักมาใช้ปืนพกจะใช้เวลาน้อยกว่าการเปลี่ยนแม็กกาซีนครับ  และปืนพกที่ดีก็ช่วยชีวิตเรามาได้นักต่อนักแล้ว

 

WALTHER P99

  • ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ที่สามารถเช่าได้จากในร้าน (มีสกินใส่กล่องขายด้วย)
  • มีพลังโจมตีที่ค่อนข้างสูงคือ 105 แดมเมจ/นัด และแม็กกาซีนจุกระสุนได้ 15 นัด
  • มีความแม่นยำค่อนข้างสูง
  • อุปกรณ์เสริมที่สามารถติดตั้งได้คือส่วนปลายกระบอกปืนครับ

 

STRYER

  • ปืนพกมาตรฐานแบบปลดล็อก
  • พลังทำลายจัดว่าไม่ดีไม่แย่ แต่สามารถยิงได้ต่อเนื่อง
  • กระสุนจุได้ 12 นัด แต่ชดเชยด้วยการรีโหลดอย่างรวดเร็ว

 

Baretta M9

  • ปืนพกชนิดปลดล็อก
  • พลังทำลายที่ 90 แดมเมจ/นัด
  • แม็กกาซีนจุได้ 15 นัด
  • ข้อเสียคือ รีโหลดกระสุนได้ช้า

 

Baretta M93R

  • ปืนพกที่ยิงกระสุนทีละ 3 นัด (Burst) พลังทำลายนัดละ 50 แดมเมจ
  • จุกระสุนได้ 20 นัด
  • โดยส่วนตัวผมว่ายิงค่อนข้างยากนะ

 

COLT PYTHON ELITE

  • ปืนลูกโม่ (รีวอลเลอร์) จุกระสุนได้ 6 นัด
  • พลังทำลายต่อนัดสูงถุง 1XX แดมเมจ
  • สามารถติดตั้งกล้องเล็งยิงเพื่อเพิ่มความแม่นยำได้
  • ด้วยพลังทำลายที่สูง  มีโอกาสฆ่าศัตรูได้ภายในการยิงเพียง 1 – 2 นัดครับ

 

 

 

 

FCG-R3 K1

  • ปืนใหญ่พลาสม่า พลังทำลายล้างสูง
  • ได้จากการดรอปก่อนถึงห้องบอสในด่าน Earth Shaker
  • ยิงป้อมปืน(Normal) กระจุยได้ใน 1 นัด

 

 

Comments

comments

ใส่ความเห็น

ปิดโหมดสีเทา
%d bloggers like this: