LINE Shop ปิดให้บริการแล้ว!!

ดูซีรีย์ยอดฮิต

LINE Shop ปิดให้บริการแล้ว!!

วันนี้เปิดแอพ Line Shop เพื่อดูว่ามีของอะไรน่าสนมั่ง แต่ก็ต้องพบกับความประหลาดใจว่าทาง LINE SHOP ได้มีการโชว์ป๊อบอัพแจ้งว่า ปิดให้บริการแล้ว ดังรูปด้านล่างนี้ครับ

นับว่าเป็นอีกหนึ่งบริการของทางไลน์ที่ปิดไปค่อนข้างเร็วเหมือนกัน หลังจากที่เปิดให้บริการในช่วงปี ก.ค. 57 นับมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ถึง 3 ปีดีเลยนะครับ (แต่คิดว่าน่าจะปิดมาได้สักระยะแล้วมั้ง)

ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการติดต่อมาให้ทดลองใช้งาน Line Shop ในช่วง Close-Beta เพราะว่าตอนนั้นเปิดร้านตกแต่งบ้านออนไลน์และกำลังไต่ลำดับได้ดีด้วย ก็เลยเป็นโอกาสที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมสำนักงานของไลน์ประเทศไทยด้วย (ออฟฟิศน่าทำงานมาก มีมาสค็อตให้ถ่ายรูปตรงทางเข้าออฟฟิศด้วย)

จากประสบการณ์ช่วงแรกในการใช้งานของผมนั้น  ด้วยจำนวนร้านที่ยังมีไม่มากเท่าไหร่ และด้วยการโปรโมตของ Line ทำให้มีคนเข้ามาค่อนข้างมาก และรูปแบบการขายที่เป็นแบบให้ทักแชทกับเจ้าของร้านได้เลย (แถมต่อรองราคากันได้ด้วย) ทำให้ช่วงสองสามเดือนแรก ผมทำยอดขายได้แซงหน้าเว็บเสียอีกครับ และดูแล้วก็น่าจะเป็นอีกแพล็ตฟอร์ม Mobile-Commerce ที่น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก จนกระทั่งคู่แข่งอย่าง Shoppee จาก Garena เข้ามาแย่งส่วนแบ่งในตลาดนี้

จากการที่ผมเคยใช้งานทั้งสองระบบนี้ (แถมช่วงเปิดให้บริการแรกๆทาง Shopee ก็ติดต่อมาให้เปิดร้านบนนั้นด้วยเช่นกัน) ก็พบว่าแม้ว่าแพล็ตฟอร์มทั้งสองจะคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างอยู่ในตัวเองอยู่ อย่าง Shoppee นั้นก็มีโปรฯส่งฟรีมาอยู่บ่อยๆ ทำให้ดึงดูดลูกค้าได้ ส่วนเจ้าของร้านก็สามารถกดโปรโมตสินค้าของร้านตัวเองให้ติดหน้าแรกๆได้ฟรี (ตามเงื่อนไข) ซึ่งทำให้ร้านของตัวเองมีโอกาสถูกพบเห็นได้ในหน้าแรกๆ ต่างจากทาง Line Shop ที่ไม่มีจุดนี้ และตามความเข้าใจของผมอาจเป็นเพราะว่าทางไลน์มีหลายผลิตภัณฑ์(Products) ทั้ง LINE, Line TV, Games และอื่นๆ ทำให้อาจไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ดูโปรดักส์นี้โดยตรง ทำให้จำนวนผู้เข้าชมลดลงเมื่อไม่มีการโปรโมท พอลูกค้าลดลง เจ้าของร้านก็เลิกเปิดร้านในนี้ และที่สุดเมื่อแพล็ตฟอร์มไม่สามารถสร้างกำไรได้ก็ต้องปิดตัวลงไป

ในเมื่อแพล็ตฟอร์มตัวนี้ปิดตัวลงไปแล้ว ผมเลยขอตั้งข้อสังเกตุจากการที่เคยใช้งาน(ทั้งเป็นพ่อค้าและลูกค้า)ไว้ดังนี้ครับ

LINE SHOP

จุดเด่น

  • ลูกค้าสามารถติดต่อกับเจ้าของร้านได้โดยตรง ผ่านระบบแชทในตัวแอพ
  • สามารถต่อรองราคาได้
  • ชำระเงินผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
  • เมนูการใช้งานเข้าใจง่าย
  • มีระบบเรตติ้งและรีวิวช่วยในการตัดสินใจ

จุดด้อย

  • ต้องใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น โดยเฉพาะการบริหารจัดการร้าน/เพิ่มสินค้า ไม่รองรับการใช้งานผ่านเบราเซอร์
  • การโปรโมทสินค้าไม่สามารถทำได้
  • ขาดการโปรโมตแอพ ไม่มีโปรน่าสนใจกระตุ้นคนเข้าแอพ (ช่วงหลังๆนี่คนแทบลืมเลยว่ามีแอพนี้ …….ผมก็ยังลืมเลย)

สิ่งที่ผมคิดว่าควรปรับปรุง

  1. ต้องรองรับการใช้งานผ่านเบราเซอร์ด้วย เพราะการมานั่งเขียนรายละเอียดสินค้าบนจอเล็กๆและคีย์บอร์ดระบบสัมผัสมันไม่สนุกเท่าไหร่หรอกนะครับ
  2. ควรมีระบบโปรโมตสินค้า จะฟรี(แบบ Shoppee/Pantip Market) หรือแบบเสียเงิน(Boost Post) ก็ได้ เพราะทุกวันนี้เวลาลงสินค้าไปก็เหมือนค่อยๆลอยลงไปในทะเล
  3. ระบบตัดเงินผ่าน LINE PAY /PAYPAL เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ควรมีการการันตีคืนเงินเต็มจำนวนสำหรับลูกค้าที่สั่งแล้วไม่ได้สินค้าหรือสินค้าไม่เป็นไปตามที่โพสต์
  4. มีทีมงานด้านการตลาดเพื่อเรียกลูกค้าเข้าแอพอย่างต่อเนื่อง
  5. มีคอมมูนิตี้ เหมือนเว็บบอร์ด ให้แชร์ประสบการณ์/รีวิว (ว่าแต่ต้องจัดการหน้าม้าหรือ Seeding ด้วย)

 

 

ความคิดเห็นของบล็อกเกอร์

แม้ว่ากระแส E-Commerce จะมาแรง แต่การแข่งขันในแพล็ตฟอร์มนี้ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดย Line Shop นั้นก็มีคู่แข่งโดยตรงอย่าง Shopee และตอนนี้ทาง FB ก็มีระบบร้านค้าให้เพจสามารถแชทและสั่งซื้อกันได้โดยตรงแล้ว ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทางไลน์ถอยออกมาเพื่อโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองถนัดมากกว่าก็เป็นได้ครับ แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคต เค้าอาจกลับมาในเวอร์ชั่นที่ปรับปรุงแล้วก็ได้ครับ

Comments

comments

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: