วิเคราะห์ iPad, Android Tablet และ Windows Tablet แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

ดูนี่ ชวนเข้าครัว  เปิดวาไรตี้ทำอาหาร

สวัสดีครับ ผมคิดว่านับตั้งแต่ 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ เราใช้อุปกรณ์พกพา(Smart Device)กันมากกว่า 1 ชิ้น อย่างบางคนก็พกทั้ง สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต และโน้ตบุ๊ค บางคนก็มีสมาร์ทโฟนกับแท็ปเล็ต ซึ่งในตัวแท็ปเล็ตเองก็แบ่งตามระบบปฏิบัติการได้อีก 3 O.S. ซึ่งในวันนี้เราจะมาวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียของแท็ปเล็ตแต่ละระบบกันนะครับ

วิเคราะห์ iPad, Android Tablet และ Windows Tablet แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

แม้ว่าอัตราการใช้งานของแท็ปเล็ตจะยังไม่เท่ากับสมาร์ทโฟน แต่ผมก็ว่ายังมีอีกหลายๆคนที่สนใจอยากจะได้แท็ปเล็ตไว้ใช้งานสักเครื่อง อาจจะเอาไว้ใช้ทำงาน หรือว่าเพื่อความบันเทิงส่วนตัว (เล่นเว็บ, ดูหนัง, อ่านหนังสือ) เป็นต้นครับ สำหรับแท็ปเล็ตที่ใช้กันในทุกวันนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทตามระบบปฏิบัติการหลักดังต่อไปนี้

  • iOS : ระบบปฏิบัติการแบบปิดจากค่าย Apple มีแอพสโตร์เฉพาะแยกต่างหาก(iPad App) ชื่อทางการค้าว่า iPad แบ่งได้เป็น 3 รุ่นคือ iPad Pro, iPad Air และ iPad mini
  • Android : ระบบปฏิบัติการแบบเปิดยอดนิยมจากฟากฝั่ง Google ใช้ระบบแอพสโตร์เดียวกับกับสมาร์ทโฟน ดังนั้นแอพไหนมีใน Play Store ก็สามารถติดตั้งบน Android Tablet ได้เช่นเดียวกันครับ
  • Windows : ระบบปฏิบัติการยอดนิยมของฝั่ง PC โดยบริษัท Microsoft ที่ปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 10.1 รองรับการใช้งานหน้าจอสัมผัส และจุดเด่นคือการติดตั้งโปรแกรมนอกแอพสโตร์ อย่างโปรแกรม .exe ทำงานได้เสมือนโน้ตบุ๊คเครื่องหนึ่งเลยครับ
  • REMIX O.S. : เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกดัดแปลงขึ้นมาจาก Android แต่มีการปรับแต่งให้มี U.I.ที่คล้ายคลึงกับ Windows ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่คุ้นเคย มีติดตั้งบน Tablet บางรุ่นเท่านั้น

วิเคราะห์จุดเด่น-จุดด้อยของแท็ปเล็ตแต่ละประเภท

สำหรับการวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยนี้มาจากประสบการณ์ตรงและข้อมูลที่หาเพิ่มเติมมานะครับ อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่ผิดผลาดคลาดเคลื่อนหรือไม่อัพเดต คุณผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านและหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยนะครับ

1.iPad

iPad เป็นแท็ปเล็ตจากบริษัท Apple ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน iPhone ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ iOS แบบที่ใช้ใน iPhone แต่มีความแตกต่างกันในบางจุด สามารถใส่ซิมการ์ด(ในรุ่นที่รองรับ Celllular/3G/4G LTE) เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย แต่ไม่สามารถโทรศัพท์ได้ วัสดุเป็นโลหะแบบ Unibody แข็งแรงทนทานและระบายความร้อนได้เร็ว ในรุ่นที่วางขายในปัจจุบันมีการติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือบริเวณปุ่ม Home เพื่อความสะดวกในการใช้งาน, การรักษาความปลอดภัย และการซื้อแอพ  มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 7.9 นิ้ว(iPad Mini) จนถึง 12.9 นิ้ว (iPad Pro) มีขนาดหน่วยความจำตั้งแต่ 32 GB จนถึง 256 GB มีแอพสโตร์แยกออกมาเฉพาะ iPad App ซึ่งแอพที่ออกแบบมาเฉพาะ iPad จะมีรูปแบบการจัดหน้าในแนวนอน ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้งานยอดนิยม (แต่แอพที่เป็น Universal App ก็รองรับการใช้งานทั้งบน iPhone และ iPad เช่นกันครับ)

รุ่นของ iPad ในปัจจุบัน (2017)

  • iPad Mini แท็ปเล็ตขนาดเล็กหน้าจอ 7.9″ เหมาะสำหรับพกพา
  • iPad Air แท็ปเล็ตขนาดกลางหน้าจอ 9.7″ เป็นแท็ปเล็ตที่อยู่ตรงกลางระหว่าง Pro และ mini เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปรวมถึงการประมวลผลหนักๆอย่างการตัดต่อวีดีโอ และตกแต่งภาพ รวมทั้งการเล่นเกม
  • iPad Pro แท็ปเล็ตสำหรับมืออาชีพ มีสองขนาดหน้าจอคือ 12.9″ และ 9.7″ มีชิปประมวลผลตัวแรง พร้อมแรมเเบบจัดเต็ม สามารถแบ่งครึ่งหน้าจอแล้วเปิดแอพทำงานพร้อมกันได้แบบมัลติทาสก์กิ้ง รองรับการใช้งานดินสอ Apple Pencil สำหรับวาดภาพอีกด้วยครับ

สำหรับคนที่เหมาะกับการใช้งาน iPad นั้นผมมีแง่คิดดังนี้ครับ

1.เป็นคนที่ใช้ iPhone หรือ Mac อยู่ก่อนแล้ว เพราะระบบ iCloud จะช่วยให้การซิงค์ข้อมูล/รูปภาพ/รายชื่อผู้ติดต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้งานผ่านบัญชี iCloud นั้นสะดวกมากๆครับ

2.ต้องการอุปกรณ์ที่ทนทาน ซื้อครั้งเดียวใช้งานยาวๆ อย่างผมเนี่ยซื้อ iPad 2 มาตั้งแต่ปี 54 จนตอนนี้ปี 60 ผ่านมา 6 ปียังใช้งานได้อยู่เลย แถมยังอัพเดตมาตั้งแต่ iOS 4 จนถึง iOS 9 นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆครับ ถ้าเป็นแท็ปเล็ตตัวอื่นผมว่าอยู่ได้สักสองปีก็เก่งล่ะนะ (เพราะเวลามีการอัพเดตระบบปฏิบัติการใหม่ๆ แอพตัวใหม่อาจจะใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น โดยเฉพาะพวกเกม)

3.ต้องการใช้งานแอพบางแอพโดยเฉพาะที่มีบน iPad เท่านั้น อาทิ นักแต่งเพลงที่ปกติใช้งาน Garage Band บน Mac อยู่แล้วก็สามารถสร้าง/แก้ไขบนแอพจาก iPad เวลาอยู่นอกสตูดิโอ แล้วส่งไปทำงานต่อบน Mac เป็นต้นครับ

ที่มา Pixabay

จุดเด่น

  • มีแอพของ Apple ที่ออกแบบมาสำหรับ iOS โดยเฉพาะและไม่มีบนระบบปฏิบัติการอื่น อาทิ
    •  Garage Band
    • iMovie
    • Pages/Number/KeyNote
  • แอพเฉพาะที่ไม่มีในระบบปฏิบัติการอื่นนอกจาก iPad App Store อาทิ
    • CANVA
  • เกมที่มีเฉพาะบน iOS แม้ว่าในปัจจุบันนักพัฒนาเกมจะออกแบบเกมให้รองรับ Multi-platform อย่าง iOS และ Android แต่เกมบางเกมก็ยังมีเฉพาะ iOS (Exclusive) หรือบางเกมก็จะออกบน iOS ก่อน Android เนื่องจากปัญหา Fragmentation (ความหลากหลายของอุปกรณ์)ที่น้อยกว่า ทำให้การพัฒนาเกมบนนี้ง่ายกว่าด้วยครับ
    • ตัวอย่างเกมที่มีเฉพาะ iOS (Exclusive Gane)
    • Resident Evil 4 HD for iPad
    • Infinity Blade I/II/III
  • รองรับการใช้งานคีย์บอร์ดบลูทูธโดยไม่ต้องติดตั้งคีย์บอร์ดเพิ่มเติม
  • มีการอัพเดตอยู่ตลอดจนกว่าฮาร์ดแวร์จะเก่าเกินไปที่จะซับพอร์ตได้

จุดด้อย

  • โทรศัพท์ไม่ได้ แม้ว่าตัวเครื่องจะออกแบบมาให้รองรับซิมการ์ดแต่นั่นก็เฉพาะการรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้นครับ (3G/4G LTE) แม้ว่าจะโทรศัพท์ไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถโทรติดต่อกันผ่าน VoIP หรือ VDO Call ผ่าน Facetime, Messwnger, SKYPE ได้นะครับ
  • เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้ จุดด้อยที่สำคัญที่สุดคือการที่ผู้ใช้งานไม่สามารถเพิ่มพื้นที่หน่วยความจำผ่านการ์ด micro SD CARD ได้ ดังนั้นการจะเลือกซื้อต้องประมาณการใช้งานพื้นที่ตั้งแต่แรกเลยว่าจะใช้มากน้อยแค่ไหน ขั้นต่ำที่แนะนำคือ 32 GB แต่ถ้ามีงบจะเอาพื้นที่ประมาณ 64 หรือ 128 GB ขึ้นไปก็ได้ครับ
  • ราคาแพงกว่า เมื่อเทียบสเปกกับฝั่ง Android หรือ Windows Phone แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมพบว่าการจ่ายแพงกว่าแต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ ระยะเวลาการใช้งาน คุณภาพวัสดุ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมยอมรับได้ครับ
  • ไม่มีระบบ File Explorer ด้วยความที่เป็นระบบปิด ทำให้การเชื่อมต่อกับพีซีต้องทำผ่าน iTunes (แต่ก็มีทางเลือกผ่านโปรแกรม 3rd Party อย่าง iTools และ Syncios) เวลาที่เราลากไฟล์ลงแอพใดแอพหนึ่งก็จะใช้เฉพาะแอพนั้นๆครับ ไม่สามารถสร้างโฟลเดอร์แล้วเลือกเปิดกับแอพเหมือนบนพีซีหรือแอนดรอยด์ได้

2.Android Tablet

แอนดรอยด์แท็ปเล็ตเป็นแท็ปเล็ตอีกแพล็ตฟอร์มหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป มีหน้าจอตั้งแต่ 7″ เรื่อยไปจนถึง 12″ ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ในการทำงาน (เมื่อก่อนเคยมี Android 3.0 ที่ออกแบบมาสำหรับแท็ปเลตโดยเฉพาะ แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร) สามารถติดตั้งแอพจาก Play Store ได้เหมือนสมาร์ทโฟน สนนราคาตั้งแต่สามพันต้นๆจนถึงหมื่นปลายๆ ตามแต่สเป็คและคุณภาพวัสดุ บางรุ่นมีช่องใส่ซิมการ์ดใช้งานแบบโทรศัพท์ได้เลยครับ

ถ้าเป็นแบรนด์จีน อย่าง Chuwi, Cube, Teclast บางรุ่นจะเป็นระบบปฏิบัติการ 2 O.S. คือ Windows + Android สามารถสลับกันใช้งานได้ อาทิ Chuwi Hi 12, Cube iWork 10 เป็นต้นครับ

สำหรับอินเตอร์แบรนด์ อย่าง Lenovo, ASUS, Samsung จะเป็นระบบปฏิบัติการเดียวครับ

สำหรับคนที่เหมาะกับแอนดรอยด์แท็ปเล็ตนั้น ผมมองว่าเป็นคนที่พร้อมจะเปลี่ยนแท็ปเล็ตตัวใหม่ในทุกๆปี เนื่องจากเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนที่พัฒนาไวมาก ทำให้แท็ปเล็ตก็พัฒนาไปมากเช่นกัน รวมทั้งอาจจะเป็นคนที่คุ้นเคยกับการใช้งานแอพต่างๆบนสมาร์ทโฟนดีอยู่แล้ว แต่อยากได้อุปกรณ์ที่มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น โดยอาจจะเอาไว้เล่นเว็บ เขียนบล็อก หรือทำงาน/แก้ไขงานเล็กๆน้อยๆ ในระดับราคาที่ไม่สูงมากนัก น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวครับ

LENOVO Yoga A12 รายละเอียดเพิ่มเติมคลิ๊ก

 

จุดเด่น

  • สามารถโทรศัพท์ได้ (บางรุ่น) เพราะมีช่องใส่ซิมการ์ดในตัว
  • เพิ่มหน่วยความจำได้โดยใช้ SD CARD
  • มีระบบ File Explorer สามารถสร้างโฟลเดอร์กลางไว้เก็บไฟล์แล้วเลือกเปิดกับแอพที่ต้องการได้ เสมือนการใช้งาน Windows Explorer บนพีซีครับ
  • เชื่อมต่อกับพีซี/โน้ตบุ๊คเพื่อถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลได้ง่ายผ่านสาย USB เสมือนเป็นแฟลชไดรฟ์
  • ติดตั้งไฟล์แอพ .APK เพิ่มเติมจากภายนอกได้
  • ราคาเริ่มต้นไม่แพง
  • สามารถเล่นเกมเก่าๆผ่าน Emulator ได้

จุดด้อย

  • ไม่มีแอพบางแอพที่มีเฉพาะ iOS (อาทิ Garage Band, iMovie, CANVA)
  • หมดสิทธิ์เล่นเกมที่เป็น Exclusive เฉพาะ iOS อาทิ Infinity Blade
  • การเชื่อมต่อคีย์บอร์ดบลูทูธถ้าต้องการใช้งานภาษาไทยต้องใช้แอพเฉพาะ(สำหรับบางรุ่น)
  • แบตหมดไว (เป็นบางเครื่อง) เพราะอาจมีบางแอพที่ทำงานเบื้องหลังตลอดเวลา
  • มีโอกาสถูกลอยแพสูง (ไม่มีการอัพเดตระบบปฏิบัติการใหม่ๆ)

3.Windows Tablet

แท็ปเล็ตวินโดส์นี้ถ้าจะนับตัวที่ประสบความสำเร็จและเห็นภาพชัดที่สุดคงต้องยกให้กับ Microsoft Surface ที่ทางไมโครซอฟต์พยายามผลักดัน แม้ว่าช่วงแรกระบบปฏิบัติการที่ใช้จะเป็น Windows 8 และ Windows RT แต่ในปัจจุบันแท็ปเล็ตทุกเครื่องที่เลือกใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows นั้นจะเป็น Windows 10 (OEM) กันแล้วครับ ซึ่งก็มีข้อดีคือรองรับการทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสแต่ก็ยังให้ความรู้สึกแบบวินโดส์รุ่นเก่าๆอยู่

ในปัจจุบันวินโดส์แท็ปเล็ตมีผู้ผลิตทั้งทางฝั่งจีนอย่าง Chuwi, Cube และทางฝั่ง Interbrand อย่าง Microsoft และผู้ผลิตโน้ตบุ๊คอย่าง Acer, Lenovo, HP ในการผลักดันแท็ปเล็ตวินโดส์นี้เข้าไปสู่ตลาดโน้ตบุ๊คราคาประหยัด

เนื่องจากวินโดส์แท็ปเล็ตนั้นสามารถทำงานได้เสมือนโน้ตบุ๊คเครื่องหนึ่ง เพียงแค่เชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด (บางยี่ห้อมีเป็น Docking Keyboard ในแพ็คเกจเลยครับ) แค่นี้ก็ได้โน้ตบุ๊คสำหรับทำงานเครื่องเล็กๆที่พกพาไปข้างนอกได้สบาย  แถมยังใช้งานได้ยาวนานกว่าเพราะซีพียูเป็นแบบประหยัดพลังงาน

คนที่เหมาะกับวินโดส์แท็ปเล็ตนั้นผมมองว่าเป็นคนที่ต้องการอุปกรณ์สักเครื่องที่สามารถนำไปใช้ทำงานทดแทนโน้ตบุ๊คได้ (สำหรับงานที่ไม่เน้นการประมวลผลมากนัก อาทิ MS Office หรือโปรแกรมที่ไม่สลับซับซ้อน, การทำงานผ่านระบบคลาวด์) แต่เมื่อหมดเวลางานก็สามารถถอดคีย์บอร์ดออก ใช้เป็นแท็ปเล็ต เล่นเฟส, อ่านหนังสือ หรือจะต่อจอยแล้วเล่นเกมบน Steam ก็ยังทำได้ครับ

MICROSOFT SURFACE PRO 4 รายละเอียดเพิ่มเติมคลิ๊ก

จุดเด่น

  • เพิ่มหน่วยความจำด้วยการ์ด Micro SD CARD ได้
  • ระบบ User Interface (U.I.)แบบเดียวกับบนพีซี
  • ติดตั้งแอพเพิ่มเติมได้ทั้งบน Winsows Store และผ่านการติดตั้งโปรแกรมด้วยไฟล์ .exe
  • ติดตั้งเกมได้ รองรับทั้ง Steam, Uplay, Origin (ส่วนจะเล่นได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่อง)
  • ทำงานผ่านโปรแกรม MS Office ได้เต็มประสิทธิภาพ
  • มีระบบ Windows Explorer ที่คุ้นเคย
  • ใช้งาน PhotoShlop ได้แบบเต็มตัว
  • ติดตั้ง Google Chrome ตัวเต็มพร้อมปลั๊กอินได้

จุดด้อย

  • ประสิทธิภาพแปรผันตามราคาของเครื่อง  ยิ่งแพง=ยิ่งแรง
  • แอพบน Windows Store ยังน้อยเมื่อเทียบกับ App Store และ PlayStore (แต่ทำงานผ่านเบราเซอร์ได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด)

จุดเด่นที่แท็ปเล็ตน่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟน

  • เล่นเกมจอใหญ่กว่า
  • ดูหนัง ดูซีรีย์ฟินกว่า
  • อ่านหนังสือ อ่านการ์ตูนจอใหญ่กว่า
  • เขียนบล็อก เขียนไดอารี่ จอใหญ่กว่า พิมพ์สะดวกกว่า
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ใช้งานได้ยาวๆ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น Tablet แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ ก็มีแต่ตัวผู้ใช้เท่านั้นที่สามารถตอบเองได้

 

ความคิดเห็นของบล็อกเกอร์

สำหรับบล็อกนี้ผมเขียนมาด้วยความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้นนะครับ ลองอ่านแล้วเปรียบเทียบดูข้อดีข้อเสียแต่ละระบบปฏิบัติการแล้ว ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านน่าจะหาคำตอบได้ว่า แท็ปเล็ตแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ ถ้าหากคุณผู้อ่านมีข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมก็สามารถฝากคอมเม้นท์ไว้ที่กล่องข้อความด้านล่างนี้เลยครับ

 

Comments

comments

ของแต่งบ้านที่คุณต้องไลค์

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.