(รีวิว)ใช้ทรูวอลเล็ต(True Wallet, Wallet by True Money) จ่ายเงินใน 7-Eleven ได้แล้วนะ

ดูซีรีย์ยอดฮิต

จะว่าไปแล้วผมเคยเขียนแนะนำ Wallet by True Money หรือที่เรียกกันสั้นๆตามความเข้าใจว่า ทรูวอลเล็ต (True Wallet) ไปแล้วในบล็อก (รีวิว) WALLET BY TRUEMONEY กระเป๋าตังค์ออนไลน์บนสมาร์ทโฟน  แต่โดยส่วนตัวผมก็ยังไม่ได้ใช้งานจริงจังเท่าไหร่ในตอนนั้น เนื่องจากตัว Wallet ช่วงที่เขียนนั้นยังทำอะไรไม่ได้มากนอกจากใช้ซื้อของออนไลน์แบบบัตรเดบิตเสมือน หรือไว้เติมเงินมือถือ (ซึ่งปกติผมผูกกับบัตรเดบิตของธนาคารและ PayPal เป็นหลักอยู่แล้ว) แถมการเติมเงินผ่านร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven แต่เมื่อไม่นานมานี้ดูเหมือนว่าทางวอลเล็ตมีการปรับปรุงความสามารถมากขึ้นให้สมกับความเป็นกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ครับ

(รีวิว)ใช้ทรูวอลเล็ต(True Wallet, Wallet by True Money) จ่ายเงินใน 7-Eleven ได้แล้วนะ

(รีวิว)ใช้ทรูวอลเล็ต(True Wallet, Wallet by True Money) จ่ายเงินใน 7-Eleven ได้แล้วนะ

เมื่อไม่นานมานี้ผมสังเกตุเห็นโฆษณาตัวหนึ่งที่มีการใช้สมาร์ทโฟนในการจ่ายเงินที่ร้านสะดวกซื้อ(7-Eleven)ผ่านแอพฯทรูวอลเล็ต ก็คิดว่าแบบนี้ก็สะดวกเหมือนกันนะ วันไหนไปร้านสะดวกซื้อแล้วลืมพกกระเป๋าสตางค์ก็ยังสามารถใช้แอพนี้จ่ายเงินได้ด้วย แถมยังสามารถเช็คดูจำนวนเงินคงเหลือได้ทันที (ไม่เหมือนการเติมผ่านบัตรสมาร์ทเพิร์สที่เราต้องจำยอดคงเหลือเอง)

ที่มา: True Money

การเติมเงินเข้าบัญชีและการโอนเงิน

สำหรับวิธีการเติมเงิน True Wallet ก็สามารถเติมได้หลายช่องทางครับ ไม่ว่าจะผ่านตู้เอทีเอ็ม, ผูกกับบัญชีธนาคาร, ผ่านตู้เติมเงิน อาทิ TrueMoney และตู้บุญเติม (ตู้บุญเติมสามารถเติมเงินได้ครั้งละ 45 และ 90 บาท โดยมีค่าธรรมเนียม 5 – 10 บาท/รายการ) ส่วนที่ผมว่าสะดวกที่สุดน่าจะเป็นการเติมผ่านร้าน 7-Eleven นี่แหละเพราะว่าฟรีค่าธรรมเนียม โดยสามารถเติมได้ที่ราคา 150, 300, 500, 1000 และ 2000 บาท จะเอาไว้เก็บเป็นเงินออมก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถโอนเข้าบัญชี Wallet อื่น หรือให้ผู้ใช้ mPAY/Jaew Wallet และเข้าธนาคารได้ด้วย (สำหรับการโอนเงินผ่านธนาคารมีค่าบริการ 15 บาทและเงินจะเข้าในวันทำการถัดไป ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดธนาคาร)

ยื่นบาร์โค้ดแบบนี้ให้พนักงาน 7-11 สแกนเพื่อเติมเงินก็ได้ครับ

วิธีการจ่ายเงินค่าสินค้าด้วย Wallet

สำหรับการชำระค่าสินค้าด้วยวอลเล็ตมีสองวิธีคือแบบออฟไลน์และออนไลน์ดังนี้ครับ

  • ออฟไลน์ก็คือการซื้อสินค้าที่ร้าน 7-Eleven แล้วเวลาที่เราจะจ่ายค่าสินค้าก็ให้แจ้งพนักงานว่าจ่ายด้วยวอลเล็ต จากนั้นให้แตะที่แท็ป “จ่าย 7-11” จะปรากฏเป็นบาร์โค้ดขึ้นมา ให้หันหน้าจอให้พนักงานยิงบาร์โค้ด เท่านี้ระบบก็จะตัดเงินจากบัญชีเราเป็นค่าสินค้าทันทีครับ (แต่ว่าสมาร์ทโฟนเราต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก่อนนะครับถึงจะสามารถใช้งานได้) 
  • หรือถ้าเราซื้อบัตรแข็งของ WeCard (สามารถหาซื้อได้ที่ 7-Eleven เช่นเดียวกันครับ) ให้ผูกบัตรนั้นเข้ากับบัญชีวอลเล็ตของเรา (สามารถสั่งปิด/เปิดบัตรได้ กรณีบัตรหายก็ไม่ต้องกังวลครับ แค่ปิดบัตรแค่นี้ก็ไม่มีใครนำบัตรเราไปใช้ได้แล้ว) เวลาที่เราซื้อของหรือทานอาหารก็สามารถใช้บัตรนั้นจ่ายได้เสมือนบัตรเดบิตครับ (แถมมีข้อดีคือไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี แต่ไม่สามารถกดเงินสดได้เหมือนบัตร ATM นะครับ)
  • ส่วนออนไลน์ก็จะเป็นการซื้อสินค้าต่างๆจากทางเว็บไซต์ หรือซื้อแอพฯทั้งบน Apple App Store และ Google Play Store โดยใช้เลขบัตรเดบิตที่สร้างมาจากบัตร WeCard เสมือน/บัตรแข็งที่ผูกแล้ว ก็ได้ครับ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเดบิตหรือน้องๆที่ยังไม่สามารถมีบัตรเดบิตได้ และป้องกันปัญหาการซื้อของเพลินจนเต็มวงเงินเหมือนบัตรเครดิตด้วย (เพราะซื้อของได้เท่ากับวงเงินที่เรามีในบัตรนั่นเองครับ)

    มีเลขครบ สามารถใช้งานแบบบัตรเดบิตได้จริงครับ (แต่อาจมีข้อจำกัดในการซื้อของจากต่างประเทศอยู่)

 

การใช้งานอื่นๆ

  • เติมเงินมือถือ บริการนี้ยังครอบคลุมเฉพาะเบิร์โทรศัพท์ของทรูเท่านั้นครับ โดยสามารถเติมได้ตั้งแต่ราคา 10-20-30-50-100-200-300 หรือจะกำหนดตัวเลขที่ต้องการเติมเองก็ได้
  • ซื้อบัตรเงินสดทรูมันนี่ เหมาะมากสำหรับคนที่บ้านไกลร้าน 7-Eleven แล้วต้องซื้อบัตร TrueMoney มาเติมเงินในเกมหรือบริการต่างๆ โดยสามารถกดซื้อจากในแอพได้เลย มีราคาเริ่มต้นที่ 50-90-150-300-500-1000 บาทครับ
  • ซื้อบัตร Alipay Purchase Card สำหรับคนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ Taobao และ Tmall
  • ใช้ซื้อสติ๊กเกอร์ใน Line โดยหักผ่านบัตรเดบิต
  • ซื้อเกมใน Steam, Origin และ Blizzard โดยการกรอกรหัสบัตรเดบิต (ถูกกว่าการซื้อตามร้านที่รับทรูมันนี่ค่อนข้างมากครับ เพราะว่าเราซื้อตรงกับทางเว็บไซต์เลย)
  • จ่ายบิล ค่าน้ำ-ค่าไฟ บัตรเครดิตและอื่นๆ โดยการสแกนบาร์โค้ด ระบบจะทำการหักเงินจากบัญชีเราทันทีครับ

จุดที่ชอบ

  • มีระบบ PIN 4 ตัวในการรักษาความปลอดภัย
  • สามารถเปิด/ปิดบัตรเสมือน (Virtual Card) ได้
  • แสดงยอดคงเหลือในบัญชีทันที
  • ปุ่มจ่ายเงินร้าน 7-Eleven กดง่าย
  • มีการรายการรับ/จ่าย เพื่อดูการใช้จ่ายต่างๆ
  • บัตรแข็งไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี (หรือมี อันนี้ไม่แน่ใจครับ เพราะตั้งแต่ผูกมาผมยังไม่ได้ใช้งานเลย)

มีระบบ PIN ก่อนเข้าใช้งาน

จุดที่ควรปรับปรุง/ข้อสังเกตุ

  • ควรสามารถเติมเงินข้ามค่ายได้แล้ว (ปัจจุบันเติมได้แค่ TrueMove H)
  • ยังสามารถจ่ายเงินได้เฉพาะร้าน 7-Eleven เท่านั้น (หวังว่าในอนาคตร้านอื่นๆจะนำระบบนี้ไปใช้บ้างนะ ผมว่าสะดวกและปลอดภัยดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว)
  • อยากให้เติมเงินขั้นต่ำที่ร้าน 7-Eleven ได้ที่ 100 บาท (ปัจจุบันขั้นต่ำที่รับเติมคือ 150 บาท)
  • ถ้าไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตจะไม่สามารถใช้งานได้

ความคิดเห็นของบล็อกเกอร์

หลังจากใช้งานมาได้สักระยะนึง ผมว่าแอพฯนี้มีความใกล้เคียงกระเป๋าตังค์ออนไลน์ในอุดมคติค่อนข้างมากแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการชำระเงินแบบออฟไลน์ที่สะดวก ใช้ซื้อของออนไลน์ได้ มีประวัติการเติมเงินและจ่ายเงินเพื่อตรวจสอบ แสดงยอดเงินคงเหลือ โอนเงินให้เพื่อนหรือจะโอนเข้าธนาคารก็ทำได้ง่าย การเติมเงินก็สะดวกขึ้นเยอะ บัตรออนไลน์ WeCard หากต้องการดูข้อมูลบัตร (เลขบัตร-วันที่หมดอายุหน้าบัตร-เลข CVV ก็ต้องกรอก OTP ที่จะส่งมาให้เบอร์ที่เราลงทะเบียนเสียก่อน) บัตรสามารถเปิด/ปิดการใช้งานได้จากในแอพ สามารถเอาไว้ใช้ซื้อเกมฯบน Steam, Origin หรือจะซื้อแอพก็ได้ ก็จัดว่าสะดวกดีเหมือนกันครับ

 

 

Comments

comments

Decorlike ของแต่งบ้านที่คุณต้องไลค์
%d bloggers like this: