BLOG | ลองตัดต่อโปรแกรมด้วย Power Director 15

ดูนี่ ชวนเข้าครัว  เปิดวาไรตี้ทำอาหาร

สวัสดีครับในปีนี้ผมมีโปรเจ็คใหม่ที่กำลังเริ่มทำเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมาคือการ ทำแชแนลบน YouTube ที่มีชื่อว่า What’s the Flix ซึ่งเป็นแชแนลแนะนำซีรีย์และรายการวาไรตี้ที่น่าสนใจ และจะมีรูปแบบเว็บไซต์ตามมาในเดือนนี้ครับ ซึ่่งก่อนหน้านี้ผมก็เคยได้ซื้อโปรแกรมตัดต่อวีดีโออย่าง Ashampoo Movie Studio 2 รวมถึงได้คีย์ GiveAway ของโปรแกรมตัดต่อวีดีโอยอดนิยมอย่าง Vegas Movie Studio มาติดตั้ง แต่ก็ไม่ได้ใช้เพราะว่า UI มันดูยุ่งยากมากสำหรับมือใหม่ที่ไม่มีพื้นฐานอย่างผม จนปลายปีที่ผ่านมาผมอยากเอาคลิปในเกม Warface มาตัดต่อง่ายๆใส่เพลงประกอบ แล้วอัพขึ้น YouTube ให้เพื่อนชม ก็เลยลองใช้โปรแกรมพื้นฐานอย่าง Windows Live Movie Maker 2012 ลองสร้างดู ซึ่งมันทำได้ง่ายมากๆครับ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายๆอย่างดู เลยว่าจะลองใช้โปรแกรมตัดต่อวีดีโอตัวอื่น ที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า จนพบว่าตัวเองติดตั้ง Power Director 15 ไว้ในเครื่องด้วย (ซึ่งเวอร์ชั่นปัจจุบันมันเป็น Power Director 17 แล้วนะครับ) เลยลองเอามาใช้งานดู และพบว่าทำงานได้ตอบโจทย์ค่อนข้างเกือบครอบคลุมใน UI ที่เข้าใจง่ายเลยล่ะครับ

BLOG | ลองตัดต่อโปรแกรมด้วย Power Director 15

Power Director 15 ตอนนี้กลายเป็นโปรแกรมที่ผมใช้งานในการตัดต่อวีดีโอเป็นหลัก ณ ตอนนี้แล้วครับ เนื่องจากความสามารถที่ยืดหยุ่นกว่า Windows Live Movie Maker รวมทั้งยังรองรับการทำงานแบบเป็นเลเยอร์ มีโปรแกรมมิกซ์เสียงในตัว สามารถอัดเสียงบรรยายได้ มีฟังก์ชั่นในการใส่ซับไตเติ้ล รองรับฟ้อนต์ไทย (แต่ถ้าอยากให้สระไม่ลอยก็ต้องใช้ฟ้อนต์ไทยโดยเฉพาะนะครับ)

หน้าตา UI ในโหมด Expert

โดยคลิปวีดีโอที่เอามาใส่เราสามารถเลือกตำแหน่งที่ต้องการ(Trim) ได้ภายในโปรแกรมเลยครับ นอกจากนั้นยังสามารถแทรกรูปถ่าย/รูปภาพ หรือวีดีโอลงไปในช่วงที่ต้องการ หรือจะซ้อนแบบ P-I-P (Picture in Picture) ก็สามารถทำได้นะครับ (เอาไว้ใส่โลโก้ได้)

นอกเหนือจากนั้นคือการใส่เสียงบรรยายที่เราสามารถใช้ไมโครโฟนอัดได้เลย พร้อมทั้งใส่เสียงเพลงลงไป ตัวโปรแกรมมี Mixer ในตัวให้เรากำหนดความดังเบาของเพลงและเสียงบรรยายได้

Mixer ในตัวโปรแกรมที่สามารถปรับเสียงได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนั้นยังมีฟังก์ชั่นใส่เอฟเฟคลงในวีดีโอ ซึ่งถ้าหากรูปแบบ Preset มีไม่พอสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมจาก Market ได้ด้วย (แต่ผมไม่ค่อยได้ใช้หรอกนะ)

ส่วนการ Export สามาร export มาได้ถึงระดับ 4K ในนามสกุลยอดนิยมอย่าง MP4 | MKV

Export ได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ 4K

ตัวอย่างวีดีโอที่ผมใช้โปรแกรมนี้ตัดต่อ

ตัดคลิปยาวๆให้สั้นลง + ใส่เพลงประกอบลงไป

สรุปจุดเด่น/จุดด้อย ของ Power Director

จุดเด่น

  • UI เข้าใจง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ตัดต่อวีดีโอได้เอง แม้ไม่มีพื้นฐานมาก่อน
  • สามารถ Export ได้ที่ความละเอียด 1080P ถึง 4K (ตามความละเอียดของต้นฉบับ)
  • เรนเดอร์ได้เร็ว หากไม่เปิดหน้าต่าง Preview ไว้ด้วย
  • รองรับการทำงานเป็น Layer สามารถซ้อนภาพบนภาพ (P-I-P) รวมทั้งแทรกรูปลงในคลิปได้สะดวก
  • มี Mixer สาำหรับปรับความดังเบาของเสียงเพลงและเสียงประกอบในตัว
  • มีฟังก์ชั่นในการอัดเสียงบรรยายในตัวโปรแกรมเลย

จุดด้อย

  • แทรก Caption ที่เป็น Text ลงบนวีดีโอโดยตรงไม่ได้ (ตรงนี้ Windows Live Movie Maker ทำได้)
  • ไม่มีฟีเจอร์ Credit มีแต่ Title
  • Animation Title ไม่สวย (ของ Filoma9 สวยกว่า)

ความคิดเห็นของบล็อกเกอร์

โดยส่วนตัวถ้าตัดข้อเสียเล็กน้อยนี่ไป ผมว่าโปรแกรมนี้เหมาะมากสำหรับการตัดต่อวีดีโอเองแบบง่ายๆโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมราคาแพงอย่าง Adobe Premier หรือ Vegas Studio แม้ว่าฟีเจอร์จะไม่ได้มีมากนัก แต่ถ้าหากว่าเป็น VLOGER มือใหม่ที่มีคอมพ์ไม่แรงมาก ผมว่าโปรแกรมนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เลยครับ สำหรับโปรแกรมนี้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นแชร์แวร์หรือว่าต้องเสียเงินซื้อเท่านั้น เพราะว่าติดตั้งมาตั้งนานล่ะ อาจจะเป็นช่วงที่ได้คีย์ Giveaway มามั้ง แต่ถ้าในอนาคตคลิปบน YouTube สามารถสร้างรายได้แล้วล่ะก็ ผมอาจจะไปใช้เวอร์ชั่นปัจจุบันก็ได้ครับ

Comments

comments

ของแต่งบ้านที่คุณต้องไลค์

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.